ในวันที่ 30 พฤษภาคม เวลาประมาณ 10 โมงเช้า โนอี้กับเราได้โบก Grab มุ่งไปที่อนุสรณ์สถานของชาวเวียดนาม
สถานที่แห่งนี้คือ
สุสานโฮจิมินห์ ที่เก็บร่างของลุงโฮ
อดีตผู้นำเวียดนามและเป็นผู้ประกาศเอกราชให้กับชาวเวียดนามด้วย ทำให้ผู้คนที่นี่
(จากที่เห็นด้วยตาเปล่า) เคารพนับถือลุงโฮเป็นอย่างยิ่ง เราจะเห็นรูปลุงโฮปรากฏบนธนบัตร
ป้ายไฟตามสถานที่ แม้แต่ในร้านขายกรอบรูปก็เจอ
จากที่ไปอ่านมาจากแหล่งต่างๆ
ได้เข้าใจว่าในอดีต ลุงโฮเป็นสามัญชนคนหนึ่งที่ทนไม่ได้ที่เห็นคนในประเทศถูกกดขี่
ด้วยแต่เดิมเป็นระบบฟิวดัน ผสมเข้ากับการถูกล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสอีก จึงเกิดแรงกระตุ้นอยากเปลี่ยนแปลงเวียดนาม
ลุงโฮจึงตั้งใจเรียน แม้จะมีอุปสรรค ก็หาหนทางจนทำให้สำเร็จ
ทีนี้ไฮไลท์อยู่ที่การเข้าไปเยือนที่แห่งนี้โดยไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง
(?)
หลังจากผ่านด่านทหารเวียดนามตรงทางเข้า ที่คอยยืนเช็คว่านักท่องเที่ยวแต่งกายเรียบร้อยดีหรือไม่ พวกเราก็เข้าสู่ด่านตรวจกระเป๋า เมื่อเรียบร้อยดี พวกเราก็รีบออกตัวด้วยความตื่นเต้น และตระการตาไปกับลานกว้างบริเวณหน้าสุสาน
ทันใดนั้น
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งก็มาห้ามไว้ ไม่ให้เดินไปไหน
ต้องเกาะกลุ่มกับนักท่องเที่ยวรายอื่นด้วย เพราะเขาจะพาพวกเราเข้าบริเวณด้านในสุสานพร้อมๆกัน
ระหว่างนั้นเราก็มองดูรอบๆลานสุสาน
จะเห็นแผ่นป้ายเขียนว่า No Phone และมีเต็นท์กางให้แขกเดินตามพรมแดงเท่านั้น
ห้ามเดินนอกเส้นทาง! ดูเหมือนเรากำลังถูกควบคุมอยู่ ต้องทำตามเค้าทุกอย่าง…
เมื่อรอกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามามากพอแล้ว
เจ้าหน้าที่ก็ให้ตั้งแถวเรียงหนึ่ง 2 แถว
ซึ่งมีโนอี้และเรานำหน้าด้วยอาการเงอะงะ มือไม้สั่นไปหมด
ขณะเดินตามทางบนพรมแดง
ระหว่างทางจะมีทหารยืนเว้นห่างกันและบอกทางให้พวกเราเดินโดยการผายมือ
เมื่อเดินมาจนถึงหน้าสุสาน จะมีทหารชุดขาวเรียงแถวกันมาต้อนรับ
ในฐานะคนธรรมดาที่ได้รับการต้อนรับแบบนี้ก็รู้สึกแปลกพิลึก 🤨
ก้าวแรกในอาคารสุสาน
ให้ความรู้สึกถึงไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่หนาวเหน็บ
แต่ถึงกระนั้นแม้อุณหภูมิจะต่ำ
แต่ด้วยบรรยากาศที่เงียบเชียบบวกกับไฟสลัวก็ทำให้เราเหงื่อแตกได้อยู่ดี
ภายในมีเพียงห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก
มีทหารชุดขาวยืนทุกมุมของตู้กระจกที่เก็บร่างลุงโฮ
ลักษณะของลุงคล้ายกับหุ่นขี้ผึ้ง มีแสงสีเหลืองนวลส่อง
เดินไม่ถึงสองนาทีก็ออกมาแล้ว เพราะทหารผายมือให้เราเดินต่อเนื่อง ไม่ให้หยุดดูนาน
และนี่คือภาพด้านหลังของสุสานที่เราเข้าไปมา…
ขอทิ้งท้ายด้วยคำถามในหัวว่าเรามาทำอะไรที่นี่…
