หลังจากลงรถบัสเบอร์ 86 ที่นั่งมาจากสนามบินนานาชาติ Noi Bai ด้วยความหิวโซ ยังไม่ได้รองท้องมื้อเช้าด้วยสิ่งใดเลย ทุกๆคนจึงตัดสินใจทานร้านอาหารข้างทางที่พวกเราเดินผ่านมาเจอ
จะบอกว่า
Culture
Shock ของเราที่นี่ไม่ใช่การที่เห็นคนสูบบุหรี่เยอะมาก
หรือรถจักรยานยนต์จอดบนฟุตบาทเป็นปกติ แต่ตกใจกับเก้าอี้ร้านกาแฟ
ร้านอาหารต่างๆที่มีขนาดเล็กจิ๋ว จะว่าไปก็น่ารักดีแหละ
เมนูแรกที่เวียดนามคือ เฝอไก่ โรยด้วยต้นหอมอย่างหนาแน่น น้ำซุปอร่อยมาก ใสแต่รสเข้มข้นชุ่มคอ ช่วยดับความเคืองคอจากฝุ่นควันรถและบุหรี่ได้พอสมควร และมีไก่ต้มที่หนังหนา เหนียวพอสมควร โดยรวมชอบที่น้ำซุปเลยให้บอกว่าอร่อย อ้อลืมบอกว่าเส้นที่ใส่เหมือนเส้นเล็กแต่นุ่มกว่า กัดแล้วขาดไม่เหนียวแบบของไทย
ราคาจานนี้อยู่ที่
40.000
VND ประมาณ 60 บาทไทย
สำหรับเครื่องดื่มที่เห็นคือ ชามะลิ ราคา 5.000 VND ประมาณ 7~8
บาท ตอนแรกคิดว่าฟรีซะอีก เพราะไม่เห็นในเมนูเครื่องดื่มเลย
เมื่อหายหิวแล้ว
พวกเราก็เดินหาที่พักที่จองไว้ในย่าน Van Mieu ซึ่งใกล้ๆแถวนั้นมีร้านน้ำชา ชื่อว่า Hien Minh Tea House ร้านน่านั่งพักมาก พวกเราเลยแวะก่อนถึงเวลาเช็คอิน
เดี๋ยวจะให้ดูบรรยากาศภายในร้าน
มีความลึกลับ ร่มเย็น สบายจิตอย่างยิ่ง
เมนูชาที่เราเลือกดื่มกันต้องเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ
(ดูจากขื่อ) นั่นคือ Special Lotus Green Tea 🍵🪷 เป็นชาเขียวที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้นำ หวานนุ่ม หอมเบา
เหมาะกับวันสบายๆของพวกเรา
เซตนี้ราคา
250,000
VND ประมาณ 375 บาท สำหรับ 4 คน ทานคู่กับขนม Cha Cake 25,000 VND เกือบ 40
บาท ตอนแรกเราคิดว่ามันคือเค้กจริงๆ แต่จริงๆแล้วเหมือนคุกกี้นิ่ม
หวานๆ ไว้ทานตัดกับชา
จริงๆเราดื่มชาอื่นๆอีก
2
ตัวเดี๋ยวจะแปะรูปให้ดู แต่เราโหวตชาเซตนี้ให้เป็นชาที่ชอบที่สุดละกัน
หลังจากที่คนชงชาชงน้ำแรกให้ดื่มกันแล้ว
คราวต่อไปผู้มาเยือนต้องชงเองแล้ว แต่เมื่อเราชงเองรสชาติกลับไม่เหมือนกัน
ทำไมขมก็ไม่รู้…
คนชงชาจึงสอนว่า
ชาขมไม่ได้เป็นที่ระยะเวลารอชา แต่เป็นที่อุณหภูมิของน้ำชาต่างหาก
ดังนั้น
วิธีแก้คือ เทน้ำร้อนที่เราไว้ชงชา (~90
องศาเซลเซียส) ลงในกาพักน้ำก่อน ซัก 15-20 วินาที
แล้วจึงเทใส่ในกาชา ทีนี้เมื่อรอถึงประมาณ 25
วินาทีแล้วจึงรินชาดื่มได้
ไม่ขมแล้วจ้า
🤗🌈☁️
ก่อนจบโพสต์นี้เราจะให้ดูภาพอีกนะ
เชิญชมจ้า














