ดึงความทรงจำจากภาพ (The Last Episode @Vietnam)

แม้จะผ่านมาเกือบเดือนแล้ว หลังจากไปเวียดนาม โพสต์นี้ก็จะเป็นตอนสุดท้ายแล้วสำหรับบรรยายการท่องเที่ยวที่เวียดนาม

ความจริงรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว เราจะจำไม่ค่อยได้หรอก ต้องอาศัยการจดตลอดเลย ซึ่งรวมถึงโพสต์ต่างๆที่เป็นเรื่องเล่า ก็ล้วนมาจากการจดของเราในขณะที่เหตุการณ์ต่างๆได้เกิดขึ้น หรือหลังจากนั้นไม่นาน

ดังนั้น สำหรับโพสต์นี้ เราจะเล่าจากภาพ! เพราะเราไม่ได้จดสถานที่ที่เราไปตลอดเวลาหรอกนะ เราจะรู้ว่าไปไหนมาบ้างได้จากโลเคชั่นที่บันทึกอยู่ในข้อมูลของภาพที่เราถ่าย แล้วมาดูกัน

ใช้เวลาให้คุ้มค่ากันเถอะ! (Saving time for life!)

วันนี้จะมานำเสนอไอเดียที่น่าสนใจ ไว้ใช้ในการจัดการเวลาซึ่งเป็นวิธีที่เราใช้จริงๆในการหลอกตัวเองให้ทำสิ่งที่อยากทำให้สำเร็จตามเวลาที่เรากำหนดไว้

เราจะแบ่งเป็นข้อๆ ตามทฤษฎีที่มีอยู่จริง และหลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้ว มาดูกัน…

เยือนสุสานลุงโฮ (visiting Ho Chi Minh Mausoleum)

ในวันที่ 30 พฤษภาคม เวลาประมาณ 10 โมงเช้า โนอี้กับเราได้โบก Grab มุ่งไปที่อนุสรณ์สถานของชาวเวียดนาม

สถานที่แห่งนี้คือ สุสานโฮจิมินห์ ที่เก็บร่างของลุงโฮ อดีตผู้นำเวียดนามและเป็นผู้ประกาศเอกราชให้กับชาวเวียดนามด้วย ทำให้ผู้คนที่นี่ (จากที่เห็นด้วยตาเปล่า) เคารพนับถือลุงโฮเป็นอย่างยิ่ง เราจะเห็นรูปลุงโฮปรากฏบนธนบัตร ป้ายไฟตามสถานที่ แม้แต่ในร้านขายกรอบรูปก็เจอ

จากที่ไปอ่านมาจากแหล่งต่างๆ ได้เข้าใจว่าในอดีต ลุงโฮเป็นสามัญชนคนหนึ่งที่ทนไม่ได้ที่เห็นคนในประเทศถูกกดขี่ ด้วยแต่เดิมเป็นระบบฟิวดัน ผสมเข้ากับการถูกล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสอีก จึงเกิดแรงกระตุ้นอยากเปลี่ยนแปลงเวียดนาม ลุงโฮจึงตั้งใจเรียน แม้จะมีอุปสรรค ก็หาหนทางจนทำให้สำเร็จ

ทีนี้ไฮไลท์อยู่ที่การเข้าไปเยือนที่แห่งนี้โดยไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง (?)

อาหารเวียดนามที่ชอบ @Hanoi

จากโพสต์ก่อนหน้านี้ นอกจากเฝอไก่ที่เราว่าอร่อยแล้ว ก็มีอย่างอื่นที่เรายกนิ้ว (โป้ง) ให้เลย…

บุ๋นจ๋า (Bún chã)

เมนูนี้ชื่อว่า บุ๋นจ๋า บุ๋น คือเนื้อสัตว์ ส่วนจ๋า คือเส้นแป้งที่คล้ายขนมจีน

ประกอบไปด้วย หมูที่ผ่านกรรมวิธีปรุงสุกที่แตกต่างกัน เช่น หมูย่างสไลด์หนา หมูบด และหมูห่อใบไม้ ทั้งนี้ เราชอบหมูบดย่างที่สุด

บุ๋นจ๋า

การชงชากับดอกไม้ที่เมืองฮานอย

หลังจากลงรถบัสเบอร์ 86 ที่นั่งมาจากสนามบินนานาชาติ Noi Bai ด้วยความหิวโซ ยังไม่ได้รองท้องมื้อเช้าด้วยสิ่งใดเลย ทุกๆคนจึงตัดสินใจทานร้านอาหารข้างทางที่พวกเราเดินผ่านมาเจอ

จะบอกว่า Culture Shock ของเราที่นี่ไม่ใช่การที่เห็นคนสูบบุหรี่เยอะมาก หรือรถจักรยานยนต์จอดบนฟุตบาทเป็นปกติ แต่ตกใจกับเก้าอี้ร้านกาแฟ ร้านอาหารต่างๆที่มีขนาดเล็กจิ๋ว จะว่าไปก็น่ารักดีแหละ

Popular posts