วันนี้จะมาอัปเดตทัศนคติ ความคิด ไอเดียในการใช้ชีวิตที่ค่อย ๆ นึกคิดได้ในปีนี้ ซึ่งแม้ชีวิตในตอนนี้จะดูเรียบง่ายเพราะตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ก็ไปทำงาน และวันเสาร์ทั้งวันออกไปทำงานพิเศษ มีแวะเดินห้างบ้าง นัดเพื่อนบ้างในวันเสาร์ อาทิตย์ วน ๆ อยู่แบบนี้
ตอนนี้มองว่าสิ่งเหล่านี้มันคือกิจกรรมภายนอกที่จับต้องได้ แต่ถามว่ามันทำไปเพื่ออะไร คิดว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิต ภายนอกที่ต้องมีการพัฒนา มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ฟีลแบบมาแทรกระหว่างวงจรของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย
แต่หากลองมองข้างในจิตใจของตัวเอง เราจะเห็นอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในที่มีไม่กี่อย่าง เช่น ตื่นเต้น ดีใจ เศร้า เสียใจ ตื่นเต้น หวาดเสียว กลัว โมโห โกรธ เบื่อ เหนื่อย หมดไฟ กระตืนรือร้น เกลียด อิจฉาหมั่นไส้ รำคาญ โลภ อยากได้อยากมี ไม่พอใจ วนอยู่แค่นี้จริง ๆ แล้วชีวิตที่เราอยากได้เป็นแบบไหน
เคยลองคิดไหมอะไรที่อยากได้ พอได้มาแล้วก็งั้น ๆ ก็เพราะมันงั้น ๆ จริง ๆ แหละ เรามักจะหาเรื่องไปต่อตลอด ไม่เคยหยุดเลย และแน่นอนว่าวงจรความรู้สึกเหล่านั้นก็ยังวนเวียนกับเราต่อไป...
¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨
อยากเป็นคนแบบไหน ?
สมมติว่า ณ ร้านอาหารอร่อย ๆ แห่งหนึ่ง มีคนหนึ่งเข้าไปทานอาหารด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ จิตใจจดจ่อไปที่ของอร่อยตรงหน้า กับอีกคนหนึ่งที่ทานร้านเดียวกัน ระหว่างทานอาหารใจเขาไม่ได้จดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า ข้างในเขารู้สึกกังวลกับงานที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้
มันต่างกันไหมสองคนนี้ เราคาดหวังหรือจะเอาอะไรกับชีวิตหรอ...
มันไม่เกี่ยวกับสถานที่ที่ไป ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น แต่มันเป็นที่เราเอง เราสามารถเลือกที่จะคิด ตัดสินใจ ทำอะไรก็ตามให้ดีแก่ตัวเราเองได้โดยการควบคุมจิตใจของเราให้อยู่กับปัจจุบัน ซึ่งสิ่งที่ได้มันก็จะดีต่อชีวิตของเราเอง สิ่งนั้นคือความเบิกบานใจ และนำไปสู่ความสงบ
คนที่อยู่กับปัจจุบัน หรือคนที่กังวลสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
เราอยากเป็นคนแบบไหน ? ☺
แต่แน่นอนว่าความอร่อยของอาหารที่ทานมันเกิดขึ้นมาแค่ชั่วคราว เวลาถัดไปเราก็เช็คบิลแล้ว มันก็กลายเป็นอดีตแล้ว ขอให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ว่าความรู้สึกนั้นผ่านมาและก็ผ่านไป ไม่ยั่งยืน เราเองยังคงต้องเป็นคนที่อยู่ตรงกลางใจ เพียงมองดูความรู้สึกเหล่านั้นเปลี่ยนผ่านไปเรื่อย ๆ ตามแต่ละกิจกรรม ความรู้สึกตอนสอบ ตอนประกาศผลสอบ วันงานเลี้ยงปีใหม่ วันที่ต้องนำเสนองาน วันที่ได้งานทำ วันที่ได้เลื่อนตำแหน่ง วันที่ฝนตกรถติด วันที่มีคนเสีย วันที่แผ่นดินไหว ไม่ว่าจะดีจะแย่ยังไง ตามที่ทุกคนเห็น ความรู้สึกมันก็วนเวียนไปอย่างนั้น จะตีโพยตีพาย จะหนียังไง จะเฟลแค่ไหน จะประสบความสำเร็จขนาดไหน มันก็อยู่ในวงจรนี้แหละ
เลยจะบอกว่าอย่าไปอินกับชีวิตมาก
ไม่ได้บอกให้ทิ้งทุกอย่างแล้วไปบวช ไม่ได้ให้ปล่อยชิวนอนแบะเฉย ๆ แล้วไม่ทำอะไรเลย แต่ยังคงยืนยันคำเดิมคือไม่ต้องสนใจสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ทำชีวิตของเราให้ดี ในที่นี้คือทั้งภายนอกและภายใน แต่โลกภายในต้องทำให้แข็งแกร่งมาก ๆ ในการเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องอดทนนะ ❤💪
อย่าให้อะไรมากระทบกระเทือนจิตใจ สร้างเกราะให้ตัวเองเข้มแข็งและ resilent เมื่อเศร้าก็อย่าเศร้านาน ล้มได้แต่ต้องลุกขึ้นใหม่เสมอ ความคิดดี ๆ เราสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง เรียกกำลังใจจากตัวเอง ใครคนอื่นไม่เกี่ยวเลย อย่าหวังขอความช่วยเหลือจากใคร ใครทำไม่ดีใส่ช่างแม่งให้หมด (หยาบคายหน่อยนะ) และเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในตัวเอง และจำไว้เสมอว่าทุกคนเท่ากัน ทุกคนก็เป็นเพื่อนร่วมโลกเหมือนกัน มีความรู้สึกเหมือนกัน ไม่ต้องแบ่งแยกสถานะ ฐานะใด ๆ ทั้งนั้น 💕
¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨`*•.¸¸.•*´¨
ประเด็นที่ถูกคนอื่นเกลียด สรุปว่ายังไง ?
ถ้าใครแวะมาอ่านบล็อคนี้แล้ว เคยอ่านเรื่อง "ฉันจะเป็นพระอาทิตย์ได้จริง ๆ หรอ (Can I be the sun?)" ตอนนั้นรู้สึกแค้นใจและแย่มากที่ถูกปฏิบัติไม่ดี แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่คนอื่นแต่ตัวเราเอง...
ในเรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่นที่ถูกกระทำในแง่ลบนั้น เราเองได้พิสูจน์กับตัวแล้วจริง ๆ ว่าไม่ว่าเราจะโดนคนเกลียดขนาดไหน (จะขนาดที่เห็นหน้าเราแล้วเบ๊ะปากใส่ 555) หรือเขาจะว่าเรายังไง อิจเรา นินทาเรา ใส่ไข่ พูดไม่ดีต่อหน้า กวนบาทา ด้อยค่า ไม่เห็นความสำคัญ ดูถูก กลั่นแกล้ง ทำเมินเหมือนไม่มีตัวตน แต่งเรื่อง กล่าวหาต่าง ๆ นานาที่ไม่จริง โกหก ให้ความหวัง ไม่จริงใจ ปากหวานก้นเปรี้ยวใส่ ตบหัวแล้วลูบหลัง หลอกใช้ (มีอะไรอีกไหม 555 อันนี้คือนึกที่เคยเจอมาน่ะ) มันจะมีอะไรอื่น ๆ อีกต่อจากนี้ มันจะไม่มีสาระ ไม่มีค่าอะไรในชีวิตเราแล้วจริง ๆ เพราะ...
1. เราไม่ต้องการอะไรจากใครแล้ว
แต่ก่อนอยากให้ทุกคนที่พบเจอในชีวิตดีกับเรา ช่วยเหลือ เป็นมิตร ไม่เกลียดกัน โดยที่ไม่เข้าใจว่าแต่ละคนมีพื้นฐานจิตใจไม่เหมือนกัน ถูกเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนมาต่างกัน ความต้องการและความคาดหวังของคน ๆ หนึ่งที่มีกับคนแต่ละคนในชีวิตอาจจะต่างกันออกไป คนหนึ่งอาจจะชอบคุยกับคนนี้ แต่กับอีกคนหนึ่งไม่อยากยุ่งด้วย ซึ่งไม่มีใครผิดอะไร แต่ละคนเขาเป็นของเขาแบบนั้น
2. เราค้นพบว่าใครจะไม่ดีกับเรา ไม่ใช่ปัญหา ซึ่งเหตุผลก็จะย้อนไปข้อ 1. ก็เพราะไม่ได้ต้องการอะไรจากใคร จึงไม่คาดหวังว่าเขาต้องดีด้วยและมันทำให้เรายอมรับความแตกต่างของคนอื่น ๆ
แล้วเพราะอะไรเราถึงไม่ต้องการอะไรจากใคร...
เพราะเราค้นพบว่าชีวิตมันเป็นวงจรทั้งภายนอกและภายใน ถ้าพูดตามตรงมันดูจะเกิดความไม่พอใจ หรือความทุกข์ได้ตลอดเวลา เกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับ ต่างคนต่างมีโลกภายในของตัวเองที่ต้องดูแล แล้วทำไมเราต้องไปยุ่งกับคนอื่น ๆ เรามองว่าทุกคนควรเป็นอิสระจากกัน ไม่ต้องหวังให้ใครทำอะไรให้เป็นการตอบแทน เราสามารถดีด้วยตัวของเราเอง เป็นตัวของเขาเอง ไม่มีใครผิดและถูกตราบเท่าที่ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ก็น่าจะพอแล้ว
3. เรายอมรับและปล่อยวาง
ตอนนี้ยอมรับได้ที่จะถูกเกลียดและปล่อยวางทุกสิ่งที่ถูกกระทำ ไม่ว่าจะแย่แค่ไหนก็ช่างแม่งอีกเช่นเคย ให้มันเป็นบทเรียนชีวิตในการพัฒนาตัวเองให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นโดยไม่มีความจำเป็นต้องแก้แค้น หรือทำไม่ดีใส่กลับคนเหล่านั้น แล้วตัวเราก็จะสามารถก้าวต่อไป แบบเบาสบาย ไม่มีอะไรค้างคา แค่เป็นความทรงจำในอดีตไปแล้ว
เหตุการณ์ในแต่ละวัน ๆ ที่เกิดขึ้นมามันจะคอยสอนเรา คอยดูเราว่าจะตอบสนองกับมันอย่างไร ถ้าเราไม่เรียนรู้ ไม่ยอมรับ ไม่ปล่อยวาง พอไม่ได้ดั่งใจก็คอยแต่จะหนี มันก็จะเกิดขึ้นกับเราอีก ซ้ำไปซ้ำมา ตบหน้ากระชากเราไปเรื่อย ๆ ทุก ๆ นาทีจิตใจก็ขมุกขมัว จะเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไร จนแก่ จนตายเลยหรอ...
บางวันเราอาจจะเฉา และรู้สึกว่าอะไร ๆ ช่างน่าเบื่อในบางครั้ง แต่ขอให้ได้มองโลกในแง่บวกและส่งพลังบวกให้กับตัวเองมาก ๆ และแผ่ให้กับเพื่อนร่วมโลกคนอื่น ๆ ด้วย
จนถึงตอนนี้เลยกล้าพูดว่า ฉันสามารถเป็นพระอาทิตย์ได้จริง ๆ :)