“ไม่มีอะไรได้มาฟรี” ก็จริงอยู่นะ ได้ยินมาบ่อยมาก แต่ไม่ได้คิดอะไร…
วันนี้ระหว่างรอตรวจฟัน (พอดีเคี้ยวข้าวแล้วเสียวฟันจะให้หมอเช็คให้) หยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่คลินิกมาอ่าน ชื่อว่า โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี โดย วรากรณ์ สามโกเศศ ก็เป็นหนังสืออ่านสนุกดี มีโยงเกี่ยวกับมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ด้วย น่าสนใจ เราเลือกอ่านหัวข้อ โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี เลยได้ไอเดียอย่างหนึ่งมา
ที่คิดว่าฟรี
จริงๆก็ไม่ได้ฟรี
เรามองแต่ง่ายๆว่าเราได้รับมาฟรี
แต่หลังจากนั้นยังไงต่อก็ไม่ได้คิดแล้ว มีแต่ดีใจที่ได้มาฟรี แบบที่ไม่เสียสตางค์
เช่น
ได้กินชานมไข่มุกฟรี อาจมีคนซื้อให้กินเลยไม่เสียเงิน หรือได้รับแจกมาฟรี
โดยที่เมื่อเราได้มาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เราก็ดีใจ แต่สิ่งที่เราเสียไปคือ
เสียสุขภาพ (แน่นอนว่ามันอร่อย แต่มันมีน้ำตาลนะ!!!)
นอกจากนี้
แม้แต่ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างที่เราได้เรียนกันมาว่ามีอย่างจำกัด ให้ใช้อย่างจำกัดโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด
ถ้าเราบอกว่า
อากาศก็ฟรีนะ = ใช้ได้ไม่จำกัด อยากสูดเท่าใดก็ได้ ตามสบาย ก็อาจจะจริงในแง่นี้
ถ้าต่างคนต่างคิดว่ามันฟรี
ใช้ได้ไม่ต้องกลัวหมด ก็จะมีคนที่ใช้อย่างตามสบายฉัน โดยไม่คำถึงความจำกัดของมัน
เช่น ทำโรงงาน แล้วไม่รับผิดชอบต่างสิ่งแวดล้อม
ปล่อยฝุ่นควันออกมาในอากาศเต็มไปหมด แล้วสุดท้าย อากาศที่บอกไม่จำกัดใช้ได้ฟรี
กลายมาเป็นอากาศพิษ ต้องคอยมาปิดจมูก ปิดปาก แล้วชาวโลกก็มาเข้าใจทีหลังว่า
อ้าวมันจำกัดจริงๆด้วย
สุดท้ายทุกอย่างก็ไม่ได้มีอะไรได้มาฟรีๆ
ขอบคุณที่อ่านจนจบ
