ช่วงนี้เหมือนคนไม่มีสติเลย เหมือนว่าชอบทำอะไรไปตามความเคยชิน ไม่ตื่นตัว นิ่งเฉยไปหมด จิตใจมีความห่อเหี่ยว ความกระตือรือร้นในการทำสิ่งที่ชอบยังมีอยู่นะ แต่เหมือนมันไม่ได้จดจ่อ ทำไปอย่างงั้นๆ…
เคยเป็นมั้ย?
ตอนนี้กำลังทำความเข้าใจกับตัวเองอยู่ว่าเป็นอะไรไป ก็ยังคงใช้วิธีที่เราเคยเขียนไว้ในบล็อกที่บอกว่าจดใส่กระดาษน่ะ ถ้าอยากรู้รายละเอียดลองไปอ่านเรื่อง “เลิกกังวลใจ” นะ เราทำไปส่วนหนึ่งแล้วล่ะ แต่ยังไม่ครบขั้นตอน มันเลยค้างคาอยู่ เลยอยากมาคิดๆเขียนๆตอนนี้เลย
บางทีก็รู้สึกว่าชีวิตมันเป็นเหมือนวงจรน่าเบื่อๆ
แต่ไม่ทันไรก็ชอบมีเหตุการณ์มาเปลี่ยนแปลงเสียทุกที แต่ตอนนี้มันนิ่งๆน่ะ
ก็เฉยๆตามเคย เลยอาจทำให้รู้สึกเบื่อ ตอนนี้กำลังคิดอยู่น่ะ (ถอนหายใจ)
หลายๆคนอาจจะรู้สึกเบื่อเหมือนเราก็ได้
นี่สินะที่พ่อชอบบอกว่าเป็นเด็กสบายจะตาย (555) ก็เริ่มจะเข้าใจ
เพราะก็ยังพูดกับเพื่อนอยู่เลยว่าตอนเรียนหนังสือ มันสนุกกว่า เพราะได้ไปคุย
ทำการบ้านส่ง สอบให้ผ่าน แต่ตอนนั้นมันไม่ชอบไปเพราะเหมือนต้องไปนั่งเรียนนานๆ
ฟังครูบ่น บางทีก็เบื่อ แต่เพราะได้ไปคุยกับเพื่อนเลยทำให้วัยเรียนมันสนุก
เมื่อวันก่อน
(วันไหนไม่รู้ จำไม่ได้555
บอกแล้วว่าไม่มีสติเลย) ไปอ่านหนังสือมาเล่มหนึ่ง
ผู้เขียนได้บอกเล่าและวิเคราะห์ลักษณะนิสัยของเชอร์ล็อก โฮมส์ นักสืบช่างสังเกต
(อันนี้เรานิยามนิสัยเค้าเองนะ) จากที่อ่านไปบางส่วน (คือเราว่างตอนกลางวัน
เลยเดินไปอ่านหนังสือในร้านหนังสือ อ่านฟรี555) ก็จำได้อยู่บ้างนิดหน่อย
คิดว่ามีประโยชน์กับชีวิตมากเลยจะมาบันทึกไว้นะ
1.
ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ และพอเห็นอะไรที่แปลกประหลาดก็อย่าพึ่งต่อต้าน
ให้ดูให้ดี คิดให้ดีก่อน อย่าคิดหรือตัดสินไปเอง
และอย่าเชื่อไปก่อนว่าเป็นแบบนั้นจริง
อย่างในหนังสือได้ยกตัวอย่างเวลามีคนเล่าสิ่งที่ไม่ดีของคนอื่น พอได้รับฟังเข้า
คนมักจะเชื่อทันที กลายเป็นว่าเราไปมีอคติเลยว่าคนนั้นเป็นแบบนั้น
ทั้งๆที่แค่ได้รับฟังมาเฉยๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใครเลย
2.
คิดไตร่ตรองสิ่งต่างๆบนหลักการทางวิทยาศาสตร์ อันดับแรก
เราต้องเข้าใจสิ่งนั้นก่อน ถึงจะเริ่มตีกรอบของปัญหาว่ามันคืออะไร และเริ่มสังเกต
ตั้งคำถาม แล้วจึงหาข้อสรุป (ในข้อนี้เพื่อความชัดเจน
เราว่าจะไปซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านซะเลย น่าจะดี)
3.
มีสติและสมาธิ ซึ่งสำหรับการทำสมาธิของโฮมส์
ไม่จำเป็นต้องอยู่ในความว่างเปล่า
สมาธิอาจเป็นการหลับตาแล้วนึกถึงตัวเองอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ก็ได้
ซึ่งเหมือนว่าตัวเราอยู่ในทุ่ง ไม่มีสิ่งอื่นใดมารบกวน
สิ่งนี้แหละเป็นสมาธิสำหรับโฮมส์แล้ว
4.
ให้สังเกตสิ่งรอบตัว เพราะในชีวิตจริงเราชอบเหม่อ
ไปคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ โดยที่ไม่ได้สนใจสภาพแวดล้อมขณะนั้นเลย
เรามักจะทำไปด้วยความเคยชิน
จนขาดสติ…จะเล่าให้ฟังอย่างไม่นานมานี้ที่เรายกแฟ้มแล้ว ทำแฟ้มบาดมือ
ก็เพราะเราไม่มีสติ ไม่ดูให้ดีนั่นเอง เลยเป็นเรื่องเศร้าซะอย่างงั้น
ตอนเราดูซีรี่ย์เรื่องเชอร์ล็อก
โฮมส์ ทุกครั้งที่โฮมส์เจอใคร เค้าจะสังเกตสิ่งต่างๆเป็นฉากๆเลย เช่นเวลาเจอคน
หรือศพ เค้าสังเกตมากๆ ดูจากการแต่งกาย รองเท้า หน้าผม ผิวหนัง กลิ่น และทุกอย่าง
เลยทำให้รู้เรื่องเกี่ยวกับคนๆนั้นได้เยอะเลย น่าทึ่งมาก ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ดีสิ
ก็เป็นสิ่งที่เราน่าลองทำตามนะ
ก็มีประมาณนี้ที่อยากบันทึกสำหรับวีคนี้
และอีกอย่างที่อยากบอก ถ้าเราเจ็บปวด เช่น โดนของบาดหรือมีเรื่องอื่นใดมากระทบ
ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องไห้ออกมาได้เลย ร้องแล้วมันเจ็บน้อยลงน่ะ
และก็เผชิญหน้ากับมัน ยิ่งเรากลัว ก็ยิ่งต้องเผชิญหน้ากับมันนะ
(กลัวเลือด)
