เมื่อสัปดาห์ก่อน
ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องเผชิญกับความกลัวบางอย่าง จึงเกิดไอเดียว่าเราน่าจะเอาเรื่องนี้มาแชร์พร้อมๆกับ
เนื้อหาที่เราสนใจจากหนังสือเล่มเขียวในบ้านที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Emotional
First Aid นะ
ที่ขีดข้าไว้ด้านบนไม่ใช่
error
อะไรหรอกนะแต่ได้ตกตะกอนกับตัวเองว่าจะไม่พิมพ์มันออกมาดีกว่า
รู้สึกสบายใจกว่า เพราะเรายังคงกลัวมันอยู่
แต่ไม่กระทบกับชีวิตประจำวันอะไรมากหรอก แค่กลัวมันเฉยๆ เรายอมรับได้ •…•
อ่ะๆเล่านิดนึงละกัน ตอนที่เราไปจับมันครั้งแรกอะ มันเหมือนให้ความรู้สึกว่า
ที่เรากลัวมันมาเป็นชาติ มันแค่นั้นเองหรอ…นั่นแหละ แต่เห็นแล้วยังกลัวอยู่นะ 555
เหตุการณ์สะเทือนใจ เกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่คาดคิดมาก่อนและไม่ทันตั้งตัว มันจึงไม่ใช่สิ่งที่เราเตรียมใจไว้แล้ว หรือเตรียมพร้อมจะรับมือกับมันมาก่อนแล้ว ดังนั้น จึงไม่ผิดอะไรที่หากมันเกิดกับเราแล้วเราจะตกใจ กลัว ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือไปนึกถึงมันครั้งแล้วครั้งเล่าและฝังใจไปโดยปริยาย เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเรามาทำความเข้าใจเพื่อฟื้นฟูให้ตัวเราดีขึ้นดีกว่า
จากที่หนังสือเล่มเขียวได้บรรยายประเภทเหตุการณ์สะเทือนใจพร้อมทั้งคำแนะนำไว้
เราได้นำมาสรุปใหม่ตามความเข้าใจและประสบการณ์ของเราเอง ดังนี้
1.
เกิดความรู้สึกหดหู่ ตกใจกลัว
ระดับความสะเทือนใจของแต่ละเหตุการณ์นั้นไม่เท่านั้น
แต่เบื้องต้นเรามักจะรู้สึกตกใจ อึ้ง
สตั๊นกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดี
นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เราสูญเสียความสามารถในการดูแลตัวเอง เช่น กินข้าวไม่ลง
หรือนั่งรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตจนไม่เป็นอันทำอะไร
ทั้งนี้
ขอให้เข้าใจไว้เลยว่าเวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง เพราะเมื่อผ่านระยะจิตตกออกไปแล้ว
(หนังสือบอกว่าเมื่อพ้น 6 เดือนจากระยะรุนแรง)
การตอบสนองของเราจะกลับมาปกติ เมื่อนั้นความเศร้าที่เคยบดบังความสุขของเราจะหายไป
ความกระตือรือร้นและความคิดสร้างสรรค์จะกลับมา
คำแนะนำ:
เมื่อเหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้น
คนมักจะคิดว่าเราต้องระบายมันออกมาให้คนอื่นฟังถึงจะดี
เล่มเขียวให้แนวคิดที่ใหม่สำหรับเราว่า การระบายออกมาไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเสมอไป
มันอาจทำให้บางคนรู้สึกดีขึ้นได้จริง
แต่สำหรับบางคนอาจเป็นการไปตอกย้ำทำให้ภาพเหตุการณ์มันชัดขึ้นกว่าเดิม
ทั้งๆที่เค้าอาจไม่อยากนึกถึงมันอีก จึงเป็นทางเลือกของแต่ละคน
ถ้ารู้สึกสบายใจที่จะพูด ก็เล่าออกมาได้เลย เมื่อมีคนรับฟังทำความเข้าใจ ก็ทำให้คนนั้นรู้สึกดีขึ้นได้
แต่สำหรับคนที่ไม่อยากนึกถึงมัน ก็สามารถปล่อยให้เวลาเยียวยาได้
2.
ภาพจำตัวตนเราหายไปและติดอยู่กับความเศร้า
ในหนังสือได้ยกตัวอย่าง
ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุทำให้สูญเสียขา ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เค้าเคยทำได้เหมือนเดิม
เค้าจึงเกิดการนิยามตัวเองเปลี่ยนไป จากเดิมเป็นนักกีฬาแข็งแรง ชอบเข้าสังคม
จึงเกิดความเศร้าขึ้นมาและความรู้สึกว่างเปล่า ไร้ความหมาย
คำแนะนํา:
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว มันจึงเป็นช่วงที่เค้าต้องหาตัวตนของตัวเองขึ้นใหม่
ซึ่งวิธีการนี้จะต้องแน่ใจก่อนว่าความรู้สึกสะเทือนใจนั้นเบาลงแล้ว
และรู้สึกสบายใจที่จะทำ วิธีการคือการตอบคำถามตัวเองเพื่อเป็นการรวบรวมความคิด
หาตัวตนของเราใหม่เพื่อให้ชีวิตของเรามีความหมาย
ขอแบ่งเป็น
4 คำถาม ดังนี้
1.
เดิมทีเรามีคุณค่าในตัวเองอย่างไรบ้าง เช่น ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
ชอบเข้าสังคม
2.
อะไรที่ขาดหายไปหลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เช่น ชอบเข้าสังคม
3.
ทำอะไรทดแทนได้บ้าง แม้เป็นสิ่งเล็กๆก็ทำได้ เช่น คนที่สูญเสียคนรัก
เดิมเค้าจะไปเดินป่าด้วยกัน แต่เมื่อไม่มีอีกฝ่าย เค้าอาจไป camping เล็กๆกับเพื่อน หรือคนที่มีความสนใจเหมือนกันก็ได้
ซึ่งแม้เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่ก็ลองทำได้
4.
ตั้งเป้าว่าจะทำสิ่งนั้นให้ได้
เพื่อผลักดันให้เราก้าวข้ามความหดหู่ใจ เเละเดินหน้าต่อตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่
3.
ความเข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลก
เราต่างคนต่างมีความเชื่อของตนเอง
และเมื่อเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจขึ้น
เราจะหยิบชุดความคิดที่เรามีมาใช้ในการตอบคำถามสิ่งที่เกิดขึ้น
และบางครั้งเราไม่ทันความคิดของตัวเอง เราต่างชอบมีความคิดว่า ถ้าเรา…
มันจะไม่เกิดขึ้น เช่น ถ้าเราไม่นั่งตรงนั้น เราคงไม่โดนนกอึใส่ บลาๆ
คำแนะนำ:
ทำความเข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่
มันต้องใข้เวลาในการเปลี่ยนความคิดของเราที่มีต่อสิ่งต่างๆใหม่
ในหนังสือได้แนะนำให้ลองตั้งคำถามเวลามีอะไรเกิดขึ้น เช่น แทนที่จะคิดว่า
มันเกิดขึ้นกับเราได้อย่างไร เป็น ทำไมมันถึงเกิดขึ้น (จริงๆหนังสือไม่ได้บอกแบบนี้เป๊ะๆนะ
เราแปลมาจากความเข้าใจของเรา ถ้าใครอ่านแล้วคิดว่ามันน่าจะเป็นอื่น
ก็คอมเม้นมาได้เลย)
เป็นการตั้งคำถามที่ทำให้เราค้นพบความหมายของเหตุการณ์ต่างๆได้รอบด้านขึ้น
และทำให้เรามีความสงบทางใจมากขึ้น ซึ่งก็น่าสนใจ แต่ในตอนนี้เรารู้สึกยังไม่ค่อยเข้าใจอย่างแจ่มชัดในเรื่องนี้
ต้องเรียนรู้กันต่อไป…
ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
แล้วในที่สุดเราจะเจอคำตอบของมัน (?)