Self-transcendence! Interesting!

ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรนักหนา ทำไมรู้สึกไม่อยากไปทำงาน เพราะยังปรับตัวไม่ได้กับงานที่ใหม่ หรือเพราะขี้เกียจ เบื่อ ไม่มี Passion มากพอ ไม่รู้ทำไมจิตใจถึงห่อเหี่ยวได้ขนาดนี้ ก็เลยมานั่งคิด และพยายามสังเกตตัวเองเพื่อหาทางออก 

เลยค้นพบว่า เราจะมีคำถามแบบนี้อยู่ตลอดว่าทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย (ออกไปทำงาน) ชีวิตมีแค่นี้เองหรอ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนก็จะมีคำถามนี้ผุดขึ้นมาตลอด แต่ที่ทนได้ก็คงเป็นเพราะได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานล่ะมั้ง เพราะก็เหมือนมีเพื่อนร่วมชะตาที่อยู่ในสภาพเดียวกัน คงเหมือนที่ยังอยากไปโรงเรียนอยู่บ้างเพราะชอบคุยกับเพื่อน แม้จริงๆแล้วเป็นคนไม่ชอบทำตามคำสั่ง หรือถูกบังคับให้ต้องทำนุ่นทำนี่ แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งการที่รู้สึกว่าทำไมชีวิตมันน่าเบื่อ อาจเป็นเพราะเห็นสังคมการทำงานส่วนใหญ่ผู้คนมาทำงานเพื่อแลกกับเงิน 

ดังนั้น สิ่งที่เป็นไปได้คือ เรียนรู้ที่จะไม่คิดว่ามาทำงานเพื่อเงินและหาคุณค่าในการทำงานให้เจอ คุณค่าที่มาจากการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพราะถ้าเห็นแก่ตัว ก็จะคิดถึงสิ่งที่ตัวเองจะได้รับ นั่นคือเงิน ความรู้สึกอยากได้เงินเยอะๆจะนำความคิดที่ว่าจะทำอะไรให้คนอื่น แทนที่จะสนใจแค่งานที่ตัวเองทำเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมและบริษัท ทั้งนี้ไม่ว่าการทำประโยชน์ สร้างคุณค่าให้กับสังคม จะสร้างเงินกับเราได้มากหรือน้อย ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งคิดถ้ามันเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตแล้ว คิดแบบนี้แล้วสบายใจขึ้นเยอะเลย

และอีกอย่างมันเป็นพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเราไม่มีความพึงพอใจในชีวิต เพราะมัวแต่คิดไว้ว่าชีวิตนั้นรื่นรมณ์ มีแต่ความสุข ได้ทำแต่สิ่งที่ชอบล้วนๆ และชอบนั่งจินตนาการตัวเองมีความสุข เดินทางท่องเที่ยว นั่งในร้านคาเฟ่ บรรยากาศดี ทานอาหารอร่อย สูดอากาศดีๆ 

แต่เอาเข้าจริงๆ ความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ ก็เริ่มจะเข้าใจแล้ว (ขอบคุณค่ะ) ว่าไม่มีอะไรที่จะ perfect อย่างที่คิด 100% และไม่มีความจำเป็นต้องโทษอะไรเลย ไม่มีอะไรผิดเลย ณ ทุกขณะของชีวิต เราคิดว่าเราก็เลือกทำสิ่งที่ตัวเองต้องการอยู่นะ (มากกว่า 50% ให้ซัก 60%) แต่แค่เราไม่สังเกต ณ ตอนนั้น ไม่งั้นมันไม่มีโอกาสเกิดขึ้นหรอก ทุกๆอย่างเลย เพราะเรามีส่วนเลือกมันเองด้วยแหละ หรือว่าไม่จริง (กำลังเถียงกับตัวเองอยู่) ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น ก็ถูกแล้วล่ะ เราคงทำได้เพียงเข้าใจยอมรับมัน อยู่กับมันด้วยสติ และค่อยๆหาทางออกไปเรื่อยๆ ตอนนี้คงเป็นช่วงที่เรากำลังสร้างจุดของชีวิต มันแค่เริ่มต้นเท่านั้นและยังไม่ถึงเวลาที่จุดต่างๆจะเชื่อมต่อกันได้ ความรู้สึกภายในที่ไม่มั่นคง คงเป็นเรื่องปกติ ขอให้อดทนรอดูไปก่อน แค่นี้ก็ดีมากแล้ว
-----------------------------------------------------------------

(แค่อยากทบทวนจากที่เคยเรียนมาเฉยๆ) Theory ของ Maslow ทำให้เห็นภาพความต้องการของมนุษย์ในแต่ละขั้น เราเคยเข้าใจว่าความต้องการในขั้นๆหนึ่งต้องได้รับการเติมเต็มก่อนถึงจะไต่ระดับขึ้นไปขั้นต่อๆไปได้ แต่ความจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ตายตัวแบบนั้น ทั้งนี้ในแต่ละขั้นเบื้องต้นมีดังนี้
1. Physiological needs: สิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตที่ขาดไม่ได้ เช่น อากาศไว้หายใจ อาหาร น้ำ ที่พักอาศัย เสื้อผ้า การนอนหลับพักผ่อน ถ้าขั้นนี้ได้รับการเติมเต็มแล้ว ก็จะไปต่อที่ขั้นต่อไป (บางคนอาจไม่สนขั้นนี้แล้วไปยึดเหนี่ยวด้านอื่นแทนก็ได้ ชีวิตไม่ได้มีสูตรตายตัว)
2. Safety and security needs: เป็นความต้องการในเรื่องความมั่นคงในชีวิตและจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้รู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมชีวิตตัวเองได้ สามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตได้ (เพราะมนุษย์ไม่ชอบความไม่แน่นอน) เช่น มีความมั่นคงทางการเงินจะทำให้เรามีรู้สึกสบายใจ กล้าเสี่ยงที่จะทำอะไรมากขึ้น หรือการมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง มีระบบประกันชีวิต/สุขภาพเพื่อทำให้ความเสี่ยงในชีวิตลดลง เป็นต้น
3. Love and belongingness needs: ด้วยมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ทำให้มีความรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทำให้ต้องการครอบครัว เพื่อน คนรัก ซึ่งคุณค่าในส่วนนี้เป็นเรื่องของความรู้สึก เช่น มิตรภาพ ความสนิทสนม การเชื่อใจและความรัก
4. Esteem needs: มีความเคารพในตัวเองจากการที่ทำอะไรสำเร็จ รู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง และการได้รับการเคารพจากผู้อื่นเพราะตัวคุณมีความสามารถเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ 
5. Self-actualization needs: การได้เป็นสิ่งที่อยากเป็น คือ จุดสูงสุดของชีวิตแล้ว  เห็นด้วยมั้ย? 😁

แต่มันไม่จบแค่นี้ หลังจากที่ค้นๆดูมันมีขั้นอื่นๆอีก ที่น่าสนใจคือ Self-transcendence สรุปง่ายๆว่ามันคือการทำอะไรเพื่อคนอื่น เพราะมันเหนือไปจากการทำเพื่อตนเอง (Self-interest) ทำให้คนที่มีแรงจูงใจทำสิ่งต่างๆเพื่อคนอื่น มีแนวโน้มที่จะมีความอดทน พยายามทำงานที่ยากและน่าเบื่อได้มากกว่าคนที่ทำเพื่อตนเอง ซึ่งข้อมูลในย่อหน้านี้เราไปอ่านมาจาก https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/self-transcendent-motive (เนื้อหาน่าสนใจมาก)

จบแค่นี้นะ สำหรับวันนี้ hehe

Popular posts