วันนี้ตั้งใจจะไปวาดรูปปกหนังสือนิยายที่รับจ้างอยู่ให้เสร็จ (แต่ก็ไม่เสร็จ😓) ถูกเบี่ยงเบนความตั้งใจอย่างใหญ่หลวง 555 ต้องเปลี่ยนสถานที่พักพิงกระทันหัน เลยมาหยุดอยู่ที่ร้านนายอินทร์สาขาสามย่านมิตรทาวน์
เนื่องจากแอร์เย็นฉ่ำมาก บรรยากาศน่านั่งอ่านหนังสือมากๆ เลยถือโอกาสนี้หยิบหนังสือชื่อเรื่องว่า ทักษะอันตรายของสายลับที่จะทำให้คุณฉลาดขึ้น มาอ่านเล่นๆโดยไม่ได้คิดอะไร แต่แล้วก็หยุดอ่านไม่ได้ อ่านจนจบเล่มโดยใช้เวลาอ่านเล่มนี้ไปทั้งหมด 4 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่ามากๆ
ทั้งนี้ เลยจะบันทึกสิ่งที่ได้รับจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ในวันนี้เพื่อยืนยันว่าวันนี้ได้ใช้เวลาคุ้มค่าแล้ว เย้!
1. การรวบรวมข้อมูลต้องเริ่มจากตั้งคำถาม > ตีกรอบ > รวบรวม = ได้แก่นจริงๆ ไม่เสียเวลาดูข้อมูลทุกอย่าง
2. สายลับจะให้ความสำคัญกับจุดประสงค์ จะได้รู้ว่าจะต้องทำอะไร** + เตรียมการล่วงหน้า + หาคนที่ใช้ประโยชน์ได้มาช่วย
3. ในการวิเคราะห์ภารกิจ มีคำกล่าวที่ชวนให้คิดว่า "ข้าพเจ้าคือใคร ที่นี่ที่ไหน ใครและอะไรทำให้ข้าพเจ้าเป็นเช่นนี้ (ว่ากำลังจะทำอะไร)" หมายความว่า เวลาจะทำอะไรต้องตอบให้ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร รู้วัตถุประสงค์ที่แท้จริง ไม่ใช่ทำไปโดยไม่รู้อะไรเลย
5. หลักการในการประมวลข้อมูล 2 โมเดล มีดังนี้
5.1 DADA: Data = เก็บรวบรวมข้อมูล, Analysis = วิเคราะห์ข้อมูล, Decision = ตัดสินใจตามข้อมูลที่เลือกแล้วว่าตอบโจทย์ที่สุด, Action = ปฏิบัติตามนั้น
5.2 OODA: Observe = สังเกตเพื่อเก็บข้อมูล, Orient = ประเมินสถานการณ์, D กับ A เหมือน DADA model เลย
6. ทุกอย่างเป็นครู เราต้องเรียนรู้ทุกสิ่งอย่างรอบตัว แม้แต่สิ่งเล็กๆก็ตาม เพราะมันสามารถปะติดปะต่อกันได้จนเราอาจคาดไม่ถึง/เอาข้อมูลเล็กๆมาคาดคะเนหาคำตอบได้
7. ตระหนักถึงจุดประสงค์จะช่วยเพิ่มทักษะการสังเกต
8. อย่ามองข้ามข้อมูลเล็กๆ ที่ดูไม่สำคัญ บางทีอาจเป็นเพราะเรามีความรู้ความสามารถยังไม่มากพอที่จะเห็นคุณค่าของมัน
9. ไม่ดูถูกข้อมูลเล็กๆ เช่น สื่อโซเชียลมีเดีย
10. การสัมภาษณ์ทางอ้อม คือ การรวบรวมข้อมูลเล็กๆเพื่อทำให้เป็นข้อมูลสำคัญ โดยไม่ได้มุ่งตรงไปที่ผู้ที่รู้เรื่องนั้นโดยตรง เพราะมันอาจเข้าถึงได้ยากหรือด้วยเหตุใดก็ตาม แต่ใช้วิธีหาคำตอบจากสิ่งใกล้ตัวผู้นั้น หรือสิ่งแวดล้อมของผู้ที่เราอยากรู้ข้อมูลจากเขา
11. ทั้งนี้ การสังเกตอาจได้แค่ข้อมูลบางส่วน การถามคนที่รู้จริงเลยจะดีกว่า
12. การจัดระเบียบข้อมูล คือ คัดเลือก ที่ไม่สำคัญออก >> จำแนก ที่คัดเลือกเพื่อสะดวกไปวิเคราะห์ต่อ >> ประเมิน ว่าข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ ถูกต้อง >> เก็บรักษาส่วนที่ยังไม่ใช้ แยกข้อมูลที่เกิดจากการอนุมาน กับจากข้อเท็จจริง
13. ระวังข้อมูลที่ต่างกันนิดหน่อย หรือเนื้อหาสอดรับกันดีเกินไป = ข้อมูลลวง สร้างความน่าเชื่อถือให้โดนหลอก
14. นิยามของ Information แบบต่างๆ >> Misinformation คือ ข้อมูลผิด ไม่มุ่งร้าย ผู้เผยแพร่แค่เผยแพร่ผิดออกไป, Malinformation คือ ข้อมูลจริงแต่มุ่งร้าย, Disinformation คือ ข้อมูลบิดเบือน เป็นข้อมูลเท็จและมุ่งร้าย
15. ถ้าเกิดปรากฏการณ์ข้อมูลแต่ละส่วนเป็นจริง แต่โดยรวมเป็นเท็จ ต้องคิดถึงบริบทและมุมมองอื่นๆก่อน
16. อยากสื่อสารเก่งต้องได้รับการไว้วางใจก่อน ซึ่งได้มาจากการไม่เห็นแก่ตัวและนึกถึงคนอื่น คือเป็นคนที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น
17. กฎเหล็กของสายลับคือ ไม่หักหลังพวกพ้องและไม่โกหก (โกหกเพื่อชาติทำได้)
18. ไม่ต้องใช้เล่ห์ในการควบคุมกดดันคน แค่ซื่อตรง สุดท้ายใจจะสื่อใจเอง
19. ปกป้องตัวเองจากคำโกหก โดยการโกหกเรื่องใหญ่ แต่พูดจริงเรื่องเล็ก แล้วจึงรอดมาได้ 👀?
20. สายลับใช้เทคนิคในการหลอกถามข้อมูลจากผู้อื่นโดยสลับเรื่องคุย จากการพูดสัพเพเหระก่อน แล้วค่อยถามที่อยากรู้ทีหลัง ทำสำเร็จเพราะคนมักจำบทสนทนาระหว่างกลางไม่ได้
21. เป็นผู้ฟังที่ดี อารมณ์ขัน ไม่ดูเบาความเห็นคนอื่น สบตา คุยเรื่องที่อีกฝ่ายอยากคุย
22. เทคนิคการฟังของสายลับจากคำว่า LOVE คือ Listen = ตั้งใจฟัง แล้วสบตาอีกฝ่ายในระดับที่เหมาะสม ไม่มากน้อยเกินไป, Observe = สังเกตสีหน้าอีกฝ่ายด้วย, Vocalize = ทวนคำพูดของอีกฝ่ายด้วยการปรับคำใหม่, Empathize = แสดงความเห็นอกเห็นใจ รับฟัง เข้าใจ
23. ข้อมูลรั่วมักมาจากคนในซะส่วนใหญ่
24. เราสามารถชักนำคนจากการเข้าใจคน ใช้จุดอ่อนเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ (ควรทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นตัวร้ายนะ) เช่น คนที่รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเมื่อถูกชักนำด้วยคำชม ก็ทำให้เขาอยากทำงานด้วย หรืออีกคนอยากได้เงิน เงินก็จะซื้อเขาได้
25. ฝึกให้เป็นคนสนใจใคร่รู้อยู่เสมอ เพื่อรู้สึกได้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป
26. เทคนิคการจำ: เชื่อมโยง, ทำเป็นภาพ, ใส่อารมณ์
27. การจำเวลาสัมภาษณ์ผู้อื่นโดยไม่ได้จดอะไร คือ ต้องตั้งวัตถุประสงค์ก่อนว่าถามอะไร โดยต้องคาดการคำตอบไว้ก่อนด้วย ถ้าตอบมาไม่ตรงจะยิ่งทำให้จำได้เลย และศึกษาคนที่จะถามให้เรารู้เกี่ยวกับเขามาก่อน และทบทวนให้ความจำระยะสั้นกลายเป็นระยะยาว โดยดึงมาใช้บ่อยๆ
28. ถ้าถามเรื่องตัวเลข หนึ่งในวิธีจำคือถามซ้ำ เช่น พูดทวนว่าโหราคา 200 ดอลเลยหรอ เป็นต้น
29. อย่าลืมกำหนดมาเลยว่าจะตั้งใจฟังเรื่องอะไร
30. จัดระเบียบข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เช่น ใส่แฟ้ม ทำแผนภาพต้นไม้ ช่วยทำให้จำได้ง่ายขึ้น
31. ประมวลข้อมูลแล้วจึงนำข้อมูลมาใช้เพื่อสนองความต้องการผู้ใช้ แล้วเอา Intelligence product ไปเผยแพร่ ในรูปแบบต่างๆ เช่น ไฟล์เอกสาร ข่าว เป็นต้น
32. ข่าวกรอง (Intelligence) คือ หมูที่ปรุงแล้ว ส่วนข้อมูลเฉยๆ (Information) เอาไปทำไรไม่ได้ ต้องผ่านการวิเคราะห์ก่อน
33. Flow คือ วางแผนสั่งการ >> รวบรวม >> ประมวล >> วิเคราะห์สร้างข่าวกรอง >> เผยแพร่
34. สายลับทำงานเพื่อสร้างข่าวกรอง
35. หมั่นเข้าใจสถานการณ์ ช่วยสร้างกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพได้
36. ตั้งคำถามแล้วถามใหม่ ให้เกิดมุมมองใหม่ๆเมื่อจนปัญญา และเพื่อหาวิธีคิดใหม่ๆ จะได้หาคำตอบที่สร้างผลลัพธ์
37. สายลับต้องมีเทคนิคการจำเเละมีความรู้ทางประวัติศาสตร์ ในการวิเคราะห์ทิศทางของสิ่งต่างๆ
38. วิเคราะห์ตามลำดับเวลา ทำให้รู้ที่มา คือ มาจากประวัติศาสตร์ในอดีต แล้วมาวิเคราะห์เพื่อนำไปใช้ได้จริง
39. คาดการณ์อนาคต คนละอย่างกับทำนาย/เดาส่ง เพราะมันช่วยรับมือกับทุกสิ่งไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทำให้สุขุมได้ในทุกเหตุการณ์
40. จำลองสถานการณ์ย้อนหลัง (backcasting) คือ ตั้งว่าอนาคตจะ... แล้วหาคำตอบดูว่าอะไรทำให้ไปถึงจุดนั้นได้ กับ มองไปข้างหน้า (forecasting) คือ เอาข้อมูลที่มีอยู่คิดดูว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ถ้า 2 แนวนี้มารวมกันก็เหมือนขุดอุโมงค์บรรจบกัน ได้คำตอบรอบด้าน
41. บริหารความเสี่ยงสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตแต่แรก
42. สายลับต้องไม่ทำตัวเด่น และไม่ประมาท ไม่มองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆที่อาจบ่งบอกความเสี่ยง
43. ทักษะการประเมินสถานการณ์ คือ ระแวดระวังและใส่ใจสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ
44. ต้องเลือกที่จะตัดความสัมพันธ์เป็น เช่น ถ้ายอดขายไม่ดีก็หยุดขายให้ทัน
45. สายลับต้องมองคนเป็น ถ้าใครไม่ซื่อสัตย์ จริงใจ ก็ต้องตัดความสัมพันธ์ทันที
46. อย่ามีอคติ อย่าตัดสินด้วยอารมณ์ อย่าปิดหูปิดตาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น และอย่าติดกับความรู้สึกว่าต้องตอบแทนเวลามีคนให้หรือช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆ (Norm of Reciprocity) และเรื่องอื่นๆด้วย ลองคิดดูอะไรเป็นจุดอ่อนของเราที่ทำให้เราอ่อนแอ ไม่เยือกเย็น
47. รักษาความสงบเยือกเย็นไว้ให้ได้
48. โกหกเพื่อให้ตัวเองปลอดภัยเป็นเรื่องที่ต้องทำ
49. สุดท้ายสิ่งที่ทำให้สายลับทนต่อสิ่งต่างๆได้อย่างเยือกเย็นสุขุม คือ มีเป้าหมายที่สูงส่ง (ไม่ใช่เงิน) / มีอุดมการณ์ เช่น รักชาติ เป็นจุดยึดเหนี่ยวจิตใจให้ฟันฝ่าทุกอย่างได้โดยจิตใจไม่รวนเร ไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์ที่เลวร้าย แล้วทำให้เราไม่ต้องมามีคำถามว่าจะอดทนเหนื่อยไปเพื่ออะไร
และสุดท้าย จงมีศรัทธาเพื่อความสำเร็จ
ขอบคุณที่อ่านจนจบและขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤