ต้องขอโทษด้วยจริงๆ
รู้สึกผิดจัง...
สิ่งที่นึกออกคือ หยิบหนังสือฮีลใจเล่มเดิมขึ้นมาอ่าน
และแล้วชีวิตก็พาให้รู้จักความรู้สึกผิดขึ้นจนได้
Root
ความรู้สึกผิดเป็นความรู้สึกหดหู่ที่เกิดขึ้นเมื่อเราเข้าใจว่าเราไปทำร้ายคนอื่น ซึ่งอาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ (แต่เราก็ไม่รู้นี่นาว่าคนๆนี้จะจิตใจบอบบางขนาดนี้ สงสัยเราคงใจร้ายกับเค้ามากเกินไป) ไม่ทันไร ความรู้สึกผิดก็โผล่ขึ้นมา แล้วก็หายไป แล้วเดี๋ยวก็มาอีก...
ความรู้สึกผิดทำให้เราอ่อนลง ใจดีขึ้น ทำให้เรารู้สึกอยากชดเชยความผิดพลาดที่ทำไป
ถ้าได้ขอโทษหรือทดแทนไปแล้ว ก็จะรู้สึกดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของความรู้สึกผิด
ความรู้สึกผิดมีหลายระดับ เช่น ความรู้สึกผิดที่แก้ไขไม่ได้ เพราะเราถือเป็นผู้รอดชีวิต อาจจะเกิดจากเหตุการณ์อุบัติเหตุ หรือ เมื่อเราสอบผ่าน แต่เพื่อนสอบตก เราก็ไม่อยากจะดีใจออกนอกหน้า
นอกจากนี้ยังเกิดได้จากการที่เราจะไปเรียนต่อต่างประเทศ แล้วทิ้งคนที่บ้านให้เหงาหงอย หรือความรู้สึกผิดที่เกิดจากเราไม่ได้ทำตามความคาดหวังของคนสนิท เพราะเราเลือกที่จะทำแตกต่างออกไป จึงเกิดความรู้สึกแย่ขึ้นมา เหมือนเราไปทรยศพวกเขา
ความรู้สึกผิดทำให้ความสามารถในการสื่อสารกับอีกฝ่ายลดลง การพูดคุยเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันจึงยาก
บางทีความรู้สึกผิดอาจเกิดจากคำพูดของอีกฝ่ายที่บอกความรู้สึกคับข้องใจออกมา ทำให้ผู้ได้รับสารรู้สึกผิดขึ้นมา ซึ่งคำพูดนั้นส่งผลต่อการตัดสินใจและการกระทำหลังจากนั้น
Solution
1. Not only say sorry:
💬 กรณีที่ควรขอโทษ ถ้ารู้สึกผิดก็ต้องขอโทษสิ...
แต่ไม่ใช่แค่พูดว่าขอโทษ เราควรจะเข้าใจอะไรมากกว่านี้
เพราะผู้ถูกกระทำจะรู้สึกดีขึ้นมาก ถ้าอีกฝ่ายแสดงให้เขาเห็นว่า เราเข้าใจสิ่งที่เราทำลงไป ว่าไปทำร้ายเขาอย่างไร = เอาใจเขา มาใส่ใจเรานั่นเอง เพื่ออีกฝ่ายจะรู้สึกว่าความรู้สึกของพวกเขามีคุณค่า
ถ้ามีโอกาสก็ลองทำตามวิธีด้านล่างนี้ดู
1. ให้เขาเล่าเรื่องราวและความรู้สึกของเขาที่มีออกมาตั้งแต่ต้นจนจบ
2. ตัวเราต้องแสดงให้เขาเห็นว่ารู้สึกกับสิ่งนี้อย่างไร ซึ่งลองคิดว่าเป็นตัวเองที่ถูกกระทำ เพื่อเราจะเข้าใจผู้นั้นได้อย่างถ่องแท้
3. ยอมรับว่าความรู้สึกนั้นมีเหตุผล
4. แสดงความเข้าใจเขา และแสดงความสำนึกผิดต่อความรู้สึกของเขา
2. Forgive yourself:
💬 ไม่ใช่ทุกกรณีที่ขอโทษแล้วจะหาย แล้วเราทำอะไรได้บ้าง?
ให้อภัยตัวเองไง
การให้อภัยตัวเองไม่ใช่การยอมรับส่งเดชว่าที่ทำไปช่างมันเหอะนะ แต่เป็นการยอมรับความรู้สึกของตัวเราเองว่าที่ผ่านมาพอได้แล้ว หยุดโทษตัวเองได้แล้ว เพื่อว่าเราจะได้เอาเวลาที่มีไปปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น จะได้ฝึกการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นให้ดีกว่าเดิม ซึ่งสุดท้ายการแก้ไขเรื่องนี้จริงๆก็คือ การเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายนั่นเอง
อย่างน้อยสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ การเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายนั่นเอง
ขอบคุณหนังสือเล่มเขียว Emotional First Aid และทุกสิ่งที่เกิดขึ้น 💙