ทำงานเพื่ออะไร

บล็อกวันนี้จะมานั่งคิดกับตัวเองว่าทำงานไปเพื่ออะไรกันแน่ แล้วจะกลับมาอ่านใหม่เพื่อทบทวนตัวเอง
------------------------------------------------------------------

บันทึกเพื่อหาทัศนคติต่องานของตัวเอง
ตอนก่อนทำงาน
หลังจากเรียนจบก็ยังไม่ได้ทำงานทันที ทิ้งไปหลายเดินอยู่ ตอนนั้นมีความรู้สึกโหยหาอยากได้งานทำไวๆ (แต่ก็ยังไม่ได้สมัครงานจริงจัง) แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าพักก่อนดีกว่า เพราะเมื่อไปทำงานแล้ว เท่ากับว่าจะไม่ได้พักอีกแล้ว สุดท้ายก็เลือกยังไม่ทำงาน ไปทำสิ่งที่อยากลองทำ เช่น เรียนภาษาจีน ฝึกทำขนมหวาน วาดรูปเล่น
ปลูกผัก (แม้จะไม่สำเร็จ ขึ้นต้นอ่อน ไม่นานก็ตาย) และมีฝึกลงทุน ศึกษาตลาดหุ้นบ้าง อ่านหนังสือหลายเล่ม ก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขดี แต่ก็ยังโหยหาอยากทำงานอยู่ดี อาจเป็นเพราะเห็นเพื่อนๆรุ่นเดียวกันทำงานกันไปแล้วหลายเดือนก็เลยอยากทำบ้างล่ะมั้ง แล้วเราก็มีความเชื่อว่าเป็นคนทำงานอะไรก็ได้ เราคิดว่าเรามีศักยภาพที่จะทำอะไรก็ได้ หมายถึงถ้าตั้งใจทำอะไรก็คิดว่าเราทำ ได้ไม่ได้สนเงินเดือนด้วย อยากลองทำอะไรก็สมัคร นอกจากร่อนสมัครงานตามที่เรียนมา ตอนนั้นก็อินกับอะไรจีนๆ (คงเพราะดูซีรีย์จีนอยู่ล่ะมั้ง) เลยสมัครเป็นคนชงชาไปด้วย เคยสมัครแปลเอกสาร คนทำขนมในห้างสรรสินค้า (แต่ก็ไม่มีใครติดต่อมา) ไม่เป็นไรก็เป็นประสบการณ์ที่ดี แต่แล้วก็ได้งานตามวุฒิที่จบมา

ช่วงทำงานที่แรก
ก็จะซื่อๆงงๆ ได้ทำงานกับเจ้านายต่างชาติที่ใจดีมาก แต่ก็เคยโดนดุนะ 555 ได้รับทั้งความรู้และทัศนคติของคนที่ขยันทำงาน ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง มีความเป็นอิสระ เป็นคนไม่ถือสาอะไร โมโหตอนนี้ อีกสิบนาทีเดินมาคุยด้วยปกติแล้ว และให้แนวคิด minimalism ด้วย ทำให้หลังจากถูกสอนไป โต๊ะทำงานก็เลยสะอาดมาก ไม่มีของเกะกะ แล้วก็ไม่ซื้ออะไรจุกจิกเลย แล้วก็เป็นคนประหยัดด้วยแม้จะร่ำรวยมากก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าเอาอย่างมาก ก็ขอบคุณมากค่ะ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆไม่นานถึงปีก็ตาม เป็นประสบการณ์ที่เข้มข้นมาก ว่าแต่ช่วงนี้เรามองการทำงานยังไงบ้างหรอ...อ๋อ ได้ฝึกสติ เพราะต้องมีความตื่นตัวตลอดเวลา รู้สึกว่างานที่ทำด่วน แต่พอทำเสร็จก็มีความสุข ท้าทาย ได้พูดภาษาอังกฤษทุกวัน (ชอบพูด) ก็ได้เงินเดือนมากพอสมควรสำหรับจบใหม่ แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจขนาดนั้นก็มองว่าเงินเป็นผลพลอยได้จากงานที่ทำ

ช่วงทำงานที่สอง
ยังคงเป็นคนที่ได้รับมอบหมายให้ทำอะไรก็ยินดีทำหมดทุกอย่าง งานยาก หรือง่ายทำหมด ตั้งใจทำมากด้วย ก็แอบคิดๆไว้ว่าถ้าเราเป็นเจ้าของกิจการ เราก็อยากได้คนที่ตั้งใจทำงานจริงๆ ไม่ได้ทำเพียงผิวเผิน หรือทำส่งเดช ก็ได้ไอเดียนี้มาจากเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ถ้าไม่อยากเจอคนแบบไหน ก็อย่าไปทำแบบนั้นกับคนอื่น 555 จะเห็นว่ามาทำงานได้ให้เราเรียนรู้อะไรมากมายดีกว่านอนอยู่บ้าน และยังคงยอมทำงานที่อยากทำ ถ้าต้องลดเงินเดือนเดิมก็อยากทำ แต่เมื่อทำงานไปเป็นปี งานเริ่มกลายเป็นเรื่องของปากท้อง เริ่มมีความกังวลชีวิตยามชราที่ต้องมีเงินพอใช้ กลายเป็นเหมือนคนอื่นๆ เหมือนถูกสังคมทุนนิยมกลืนกินไปแล้ว ซึ่งกำลังรู้ตัวและต้องการดึงตัวเองออกมาจากความคิดนี้อยู่ 

นิยามงานตามประสบการณ์ชีวิตในปี 2023 
งานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เป็นหน้าที่ซึ่งคิดมาแล้วว่าถ้าแก่จะยังทำงานอยู่มั้ย คำตอบคือยังทำอยู่ ในที่นี้เราจะยังเขียนบล็อกอยู่นะ ทำงานอาจไม่ได้หมายถึงงานประจำ แต่ไม่ใช่นอนเล่นอยู่บ้านเฉยๆอย่างแน่นอน การทำงานทำให้เราได้เรียนรู้ ได้พบปะพูดคุยกับผู้คน ได้เห็นมุมมองชีวิตของคนอื่นๆ เพื่อเข้าใจคนอื่นมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างนิสัยที่ดีขึ้นของตัวเอง เพราะชีวิตก็เป็นการเรียนรู้ ได้ลองผิดลองถูก แล้วก็ไม่ทำไมหรอกถ้าครั้งไหนจะมีคนบอกว่าเราเลือกผิด ส่วนเงินยังคงเป็นเพียงผลพลอยได้จากการทำงานเท่านั้น ซึ่งเราก็เคยแว๊บความคิดอยากได้เงินเดือนเยอะๆ แต่แล้วก็ต้องขอบคุณการได้สนทนากับคนอื่นๆที่มาสะกิดใจ และก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว หมายถึงไม่ตกเป็นทาสของความรู้สึกว่าทำงานเพื่อเงิน 

สุดท้ายตอนนี้เรายังคงเลือกทำงานเพื่องาน ขอบคุณทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ได้มาสอนเราตลอดเลย ได้ชี้ทางไปในทางที่ดีตลอด เราว่าเรามีความพอใจกับชีวิตมากขึ้นแล้วล่ะ 

ขอบคุณ☺


Popular posts