การเคารพตัวเอง (self-respect)

ช่วงนี้มีความสนใจเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเป็นพิเศษ รวมทั้งมีความสงสัยในการแสดงออกของคนที่ได้พบเจออีกด้วย คงเป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อยที่เราจะได้มาศึกษาว่าทำไมคนๆนึงถึงแสดงออกมาได้แบบนี้ แบบนั้น และคิดว่าเป็นเรื่องดีถ้าเราเข้าใจผู้อื่นและตัวเองมากยิ่งขึ้น

และอีกเช่นเคย ขอบคุณหนังสือเรื่อง Emotional First Aid เล่มเขียวเล่มเดิมที่มีชุดปฐมพยาบาลทางอารมณ์เตรียมไว้ให้ในยามที่มีข้อสงสัยในชีวิต

.

วันนี้จะมานำเสนอเรื่อง การเคารพตัวเอง ในบางครั้งเราอาจจะมีความรู้สึกเคารพตัวเองต่ำจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต หรือมีคำถามว่าถ้ารู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า เราจะเยียวยาตัวเองอย่างไร ซึ่งหากคิดว่ามันเป็นปัญหารบกวนการใช้ชีวิตอย่างรุนแรงก็ควรต้องปรึกษาแพทย์ แต่แค่อยากรู้เฉยๆ ลองอ่านหนังสือดูก็ได้ไอเดียที่น่าคิดกลับมา

.

เราได้จำแนกคนออกเป็น 3 ประเภทตามระดับของการเคารพตัวเอง ดังนี้

1. คนหลงตัวเอง (มีระดับความเคารพตัวเองสูงมากเกินไป) = มองว่าตัวเองสูงส่ง ยิ่งใหญ่ เหนือกว่าคนอื่น จะโกรธง่ายถ้าถูกลดทอนคุณค่าที่ตัวเองยึดถือ แม้เป็นเรื่องเล็กๆก็ยอมไม่ได้ เขาจะเสียความมั่นใจอย่างรุนแรง

2. คนที่เคารพตัวเองในระดับทั่วไป = ยังเห็นคุณค่าในตัวเองในระดับที่พอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยไป ทำให้เขาสามารถประเมินคุณค่าในตัวเองตามที่ตัวเองเห็นกับที่คนอื่นมองมาได้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด

3. คนที่มีความเคารพในตัวเองต่ำ = มองโลกในแง่ร้ายกว่าความเป็นจริง วิตกกังวล อ่อนไหวต่อการถูกปฏิเสธ เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันทางอารมณ์อ่อนแอ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง และเมื่อมีความผิดหวัง ความมุ่งมั่นในการทำสิ่งต่างๆจะลดลง และกดตัวเองต่ำลงขึ้นไปอีกหากมีความผิดหวังเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ จากการทดลองที่ให้ผู้ร่วมทดลอง 2 กลุ่มฟังเพลงเศร้า ผลออกมาว่ากลุ่มผู้ที่มีความเคารพตัวเองต่ำ เลือกที่จะไม่ดูวิดีโอที่จะเปลี่ยนให้หลุดจากอารมณ์เศร้า 

.

ประเด็นที่น่าสนใจจากหนังสือ (ซึ่งแต่ละคนอาจมีความเห็นที่ต่างออกไป เลยอยากให้ลองคิดดูว่าจริงมั้ย)

☺ภาวะซึมเศร้าจะมีความรู้สึกเชิงลบทั้งกับตนเองและผู้อื่น ซึ่งถูกพลางด้วยการเคารพตัวเองต่ำที่มองว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่มั่นใจตัวเอง ในขณะที่ผู้ที่มีความเคารพในตัวเองสูงกลับมีความคิดเชิงลบต่อผู้อื่นสูงกว่าเสียอีก คงเป็นเพราะเขามองว่าตัวเองดีกว่าใครล่ะมั้ง…

☺ถ้าเรามีพื้นที่อะไรที่เราเป็นอยู่ เราจะคาดหวังว่าเราจะต้องเก่ง เชี่ยวชาญสิ่งนี้กว่าคนอื่นๆที่ไม่ได้มีความถนัดแบบเรา เช่น เราเป็นเชฟทำขนมหวาน เราจะค่อนข้างคาดหวังตัวเองสูงว่าเราต้องทำเค้กช็อกโกแลตออกมาดี ไม่บกพร่องเลย เมื่อเทียบกับนักร้องที่อบขนมอยู่ในที่พักตัวเอง เขาย่อมไม่ได้มีการตีคุณค่าของตัวเองในเรื่องการทำขนมหวานโดยเฉพาะเหมือนกับเชฟขนมหวานก็เป็นได้

☺การเสพติดการพัฒนาตนเอง ทำให้คนๆหนึ่งเสียเงินมากมาย มีความเชื่อผิดๆเพื่อหวังว่าหลังจากเข้าโปรแกรมพัฒนาตัวเองแล้ว ความเคารพตัวเองจะดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงการประเมินการเคารพตัวเองมันอาจไม่ได้มีการวัดที่เป็นรูปธรรม แต่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกส่วนตัว ซึ่งอาจได้ผลสำหรับบางคน แต่บางคนก็อาจประเมินตัวเองว่าก่อนเข้าโปรแกรมตัวเขาอยู่ในสภาพที่แย่กว่านี้ก็เป็นได้ 

☺ถ้าคำชมที่ได้รับจากคนอื่นกับความเป็นจริงที่เรามองตัวเองมันแตกต่างกันมากกกก มันก็จะไม่ช่วยให้เรามั่นใจตัวเองขึ้นเลย หนังสือให้ไอเดียเรื่อง วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการจูงใจ คนเรามักจะเชื่อสิ่งที่อยู่ในกรอบความเชื่อของตัวเอง/แนวคิดที่มีต่อตัวเรา ถ้าอะไรที่เราได้รับฟังมันนอกเหนือจากนี้แล้ว เราจะไม่เชื่อ 

☺สำหรับบางคนที่คิดว่าทำไมคนอื่นถึงชอบเอาเปรียบเราอยู่เรื่อย ต้องบอกอย่างนี้ว่า ไม่ใช่ว่าคนนั้นจิตใจเลวร้ายอะไร แต่ผู้คนจะทุ่มเทความพยายามให้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าที่จำเป็นเท่านั้น หมายความว่า ถ้าเขาไม่ได้ถูกเรียกร้องให้ต้องให้มากกว่า หรือทุ่มเทในความสัมพันธ์มากกว่า แล้วเขารอดไปได้ในทุกครั้ง เขาก็จะปฏิบัติไปอย่างนั้น ซึ่งเลยเกิดขึ้นกับผู้ที่เคารพตัวเองต่ำ เป็นคนที่ไม่กล้าคาดหวังอะไรจากใคร ไม่ได้เรียกร้องอะไรจากใคร….. ซึ่งก็น่าคิดว่ามันจะเกิดกับคนที่ถูกนิยามว่าเคารพตัวเองต่ำหรอ ในอีกมุม คนที่ทำไม่ดีกับคนอื่นก็เป็นคนที่ไม่น่าคบหานะที่ปฏิบัติกับคนอื่นแบบนั้น เช่น ผู้ชายคนหนึ่งที่มักจะถูกเพื่อนยืมเงินและยกเลิกนัดกินเลี้ยงบ่อยครั้ง เพื่อนของเขาทำเหมือนกับว่าจะทำอะไรกับใครก็ได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรอย่างงั้นหรอ (?)

.

วิธีแก้หากมีความเคารพตัวเองต่ำ เราสรุปมา 3 ข้อดังนี้

1. ใจดีกับตัวเอง

ให้เราลองคิดดูว่าปัญหาของเราเนี่ย ถ้ามันเกิดขึ้นกับคนอื่น แล้วเราต้องปลอบใจเขา เราจะบอกเขาว่าอะไร  เพราะคนที่เคารพตัวเองต่ำมักจะชอบตำหนิตัวเองหนักมาก แต่ถ้ามันเกิดกับคนอื่น เขามีแนวโน้มที่จะใจดีกับคนอื่นมากกว่าตัวเอง เหมือนเวลาเราเห็นเด็กโดนแม่ดุ ตัวเราเองก็คงรู้สึกเศร้าไปด้วยที่เห็นเด็กโดนดุ แล้วถ้าเป็นเราก็คงไม่อยากดุเด็กคนนั้นแบบที่แม่เด็กทำ เช่นเดียวกันกับเรื่องของเราเอง ลองคิดแบบนี้ดูนะ 

ทั้งนี้ ก่อนที่เราจะปลอบใจตัวเอง เราต้องยอมรับความอ่อนแอของตัวเองก่อนเป็นขั้นตอนแรก เพื่อเป็นการเพิ่มการยอมรับตัวเอง แล้วนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้กับตัวเองด้วยการใจดีกับตัวเอง 

💚สำหรับเรา การบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไรในทุกๆครั้งที่เฟลก็ช่วยได้มากแล้ว 

2. กำหนดจุดแข็งที่เรามีอยู่และยืนยันว่ามันมีอยู่จริง

ลองเขียนใส่กระดาษดูว่าเรามีดีอะไร หาคุณค่าในตัวเองให้เยอะๆเลย เช่น ใจดีกับสัตว์ เป็นคนซื่อสัตย์ เป็นคนขยันทำงาน มีความอดทน ทำอาหารเก่ง นอนหลับง่าย บลาๆๆๆ สำหรับเราอะไรก็เป็นข้อดีได้ทั้งนั้นถ้าไม่ได้ไปทำร้ายใคร ดังนั้น ลองมองตัวเองในด้านที่ดีๆบ้างก็ได้ และเมื่อเรามีคุณค่าในตัวเองแล้ว สิ่งเหล่านี้จะมาช่วยรองรับความอ่อนแอของเราในวันที่เรามีความเคารพตัวเองต่ำจากเหตุการณ์ที่ทำให้เราผิดหวัง เสียใจในชีวิต ซึ่งแม้จุดแข็งของเราจะไม่เกี่ยวข้องกับความผิดหวังของเราก็ตาม เช่น สอบตก แต่อย่างน้อยเราก็เป็นเด็กดีของพ่อแม่นะ หรือเราก็มีดีที่วาดรูปสวยนะ เป็นต้น

3. เสริมสร้างพลังให้ตัวเอง

จะบอกว่าแค่อ่านหนังสือเพิ่มพลังให้ตัวเอง ย่อมไม่เกิดประโยชน์อะไร ถ้าเราไม่ได้ไปลงมือจริง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม เมื่อสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้วก็ย่อมมีครั้งต่อๆไป เช่น อยากจะเก่งภาษาอังกฤษ แต่ไม่ท่องศัพท์ ไม่ฝึกพูด ไม่ฝึกฟัง ไม่พาตัวเองไปพูดภาษาอังกฤษเลย แล้วจะเก่งขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้ เมื่อเราฝึกฝนตัวเองจนอย่างน้อยฟังออกซักประโยคหนึ่งจากเพลงที่ฟัง ก็ถือเป็นหลักฐานยืนยันแล้วว่าเราได้สำเร็จไปอีกขั้น ซึ่งเมื่อมีเรื่องที่เราทำสำเร็จไปทีละหน่วยๆ ก็ย่อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้อย่างแน่นอน เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่ด้านเดียว มันมีหลายบริบท เช่น ความสัมพันธ์ครอบครัว เพื่อน การทำงาน เป็นต้น

💕เพิ่มเติมไอเดีย

สิ่งหนึ่งที่ต้องระลึกทุกครั้ง สำหรับทุกอย่างเลยในชีวิต คือการยอมรับความจริงว่าทุกครั้งที่เราพยายามทำอะไรบางอย่าง มันอาจไม่ได้สำเร็จตามที่เราปรารถนาไปเสียทุกครั้ง แต่ชีวิตเป็นเรื่องของการเดินทางทีละนิดๆ การเคารพตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องค่อยๆฝึกฝนจนตัวเราแข็งแกร่งในที่สุด และยังคงต้องพัฒนาจิตใจให้แข็งแกร่งต่อๆไปอีก 

🔑คีย์สำคัญของการเคารพตัวเอง คือ ฝึกฝน อดทน ไม่ย่อท้อ

สุดท้ายนี้ สิ่งที่ละเลยไม่ได้เลยคือ สภาพร่างกายของเรา ดังนั้น อย่าลืมให้พลังกับตัวเองด้วยกลูโคส (น้ำตาล) ในระดับที่เหมาะสมกับร่างกาย และการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อเราจะได้มีความสามารถในการควบคุมตัวเองได้ทั้งกายและใจ 💖😁





 


Popular posts