เคยรู้สึกว่า นี่หรือชีวิต อยากหนีไปที่ไหนสักแห่งไกล ๆ เลย?
...
ก่อนอื่นต้องขอบคุณมากค่ะ ที่ทำให้ตาสว่างอีกเช่นเคย ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดบางอย่างภายในจากการที่ต้องเผชิญหน้ากับการใช้ชีวิต ไม่งั้นโพสต์นี้คงไม่เกิดแน่ๆ
เราเชื่อว่าทุกความเจ็บปวด ความไม่สบายใจ ความทุกข์ จะนำพาเราไปสู่การคิด แก้ปัญหาเพื่อหลุดพ้นจากมัน เราค้นพบว่า ความทุกข์ จริงๆแล้ว มีอยู่ตลอดเวลาและมันเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว แต่สิ่งที่ทำได้คือ เราต้องเตรียมตัวรับมือกับมันอย่างมีสติ มันไม่สามารถทำให้เคยชินได้ ต้องตื่นตัวตลอดเวลา อย่าไหลตามกระแสสังคม ตัวเราเองต้องสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ให้ลุกขึ้นได้เอง มั่นใจในตัวเองว่าทำได้
ทั้งนี้ จากการอ่านหนังสือเรื่อง "วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข" เขียนโดยคุณเดล คาร์เนกี แปลโดย คุณอาษา ขอจิตต์เมตต์ ทำให้เราหันมาตื่นตัวกับความทุกข์มากขึ้น และมีความตั้งใจที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ในฐานะคนธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่มีความทุกข์ใจเหมือน ๆ กับคนอื่น จึงได้บันทึกข้อความจากหนังสือในบางส่วน มีเพิ่มเติมรายละเอียดตามความเข้าใจของเราด้วย ซึ่งรวมทุกเรื่องในชีวิตในหลาย ๆ ด้าน เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจและจะได้กลับมาทบทวนบ่อยๆ มีดังต่อไปนี้
1. มีชีวิตอยู่ในห้องที่มีแต่วันนี้
2. ทรายผ่านทีละเม็ด...ปฏิบัติงานทีละอย่าง
3. ผู้ที่มีชีวิตเต็มไปด้วยความสุข จะต้องเป็นผู้รู้จักอดทนต่อภาระรับผิดชอบของตนเอง
4. ในวันหนึ่ง ๆ เราควรจะมีความสุขตลอดวันจนกว่าเราจะนอนหลับไป เพราะเราไม่ได้มีเวลาชีวิตเป็นหมื่นๆปีนะ
5. คนฉลาดย่อมถือว่าวันหนึ่ง ๆ เป็นชีวิตใหม่ของเขา
6. คนเรากว่าจะตระหนักว่าการใช้ชีวิตให้สดชื่นแจ่มใสอยู่ทุกวันและทุกชั่วโมงเป็นสุขอันหาค่ามิได้ ก็พอมันสายเสียแล้ว
7. ความทุกข์มีสิ่งชั่วร้ายแฝงอยู่ คือทำลายสมรรถภาพและสมาธิของเรา
8. ความสงบอันแท้จริงแห่งจิตใจมาจากยินดีต้อนรับสิ่งร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นแก่เรา เพราะถ้าเรารับได้ทุกอย่าง เท่ากับว่าเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
9. สูตรแก้ความกังวลใจ: หนึ่ง ถามตัวเองว่าเสียหายร้ายแรงสุดคืออะไร สอง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ทำใจยินดีรับมันไว้เสีย สาม พยายามอย่างสุขุมเพื่อแก้ไขให้ดีขึ้น
10. ทุกข์ทำให้คนที่เข้มแข็งที่สุดเจ็บป่วยลงได้
11. นักธุรกิจผู้ไม่รู้จักต่อสู้กับความทุกข์จะอายุสั้น เตือนตัวเองไว้เสมอว่าทุกข์กัดกินสุขภาพของเรา
12. เมื่อมีทุกข์อย่ามีอารมณ์หงุดหงิดและฉุนเฉียวตามคนอื่น จงทำใจให้เป็นธรรมและเที่ยงตรง เพื่อจะกระจ่างในปัญหาที่มี ผู้เขียนเสนอให้ทำดังนี้ หนึ่ง หาข้อเท็จจริงโดยให้แสร้งทำเป็นว่าเราไม่ได้ทำเพื่อตนเอง เพราะเราจะได้ไม่เข้าข้างตัวเองและอินกับมันจนเกินไป สอง เขียนบันทึก เพื่อให้ข้อเท็จจริงชัดเจนทั้งในมุมของทั้งสองฝั่ง แล้วจึงพิจารณาวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหา
13. เมื่อตกลงใจวิธีแก้ปัญหาแล้ว ให้ลงมือทำเลยอย่าคิดแล้วคิดอีก อย่าลังเล อย่าสงสัย อย่าหันหลังมอง ต้องเด็ดขาดนะ เพราะยิ่งเอากลับมาคิดมากเกินไป จะทำให้งงและเป็นทุกข์ได้
14. ถามตัวเองสี่คำถามว่า กำลังเป็นทุกข์เรื่องอะไร จะแก้อย่างไร ตกลงใจว่าจะทำอย่างไร และลงมือทำโดยไม่รอช้า
15. อย่าอยู่ว่าง ไม่งั้นใจจะแห้งเหี่ยวด้วยความทุกข์
16. สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ นำไปสู่เรื่องใหญ่ได้
17. อย่าเศร้า อย่าวิตกทุกข์ร้อน จงทำชีวิตให้มีค่าทั้งการกระทำและความรู้สึก ให้ความรักที่จริงใจ ขยันเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนให้สำเร็จ เพราะชีวิตมันสั้นเกินไปที่จะมาเอาธุระกับสิ่งเล็กน้อย (จะไม่ถือสานะคะ)
18. Gentle reminder to myself >> "ท่านจงทำใจให้เย็นไว้ แม้ว่าในขณะรอบ ๆ ตัวท่านมีแต่คนที่กำลังโมโหโทโสและกล่าวโทษท่าน" เสริมอีกว่า เราเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ในป่า ผู้สามารถผ่านอุปสรรคยากๆได้ แต่ทำไมแค่แมลงตัวเล็ก ๆ ที่เราบี้มันได้ด้วยนิ้วชี้ ให้มาชอนไชหัวใจเราได้
19. ไม่ถือเอาสิ่งเล็กน้อย มาเป็นเครื่องทุกข์ร้อน
20. ปัญหาที่เข้ามา มันจะต้องเป็นอย่างนั้น มันจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เราหนีมันไม่พ้น แต่เราสามารถเลือกที่จะปฏิบัติต่อมันได้ นั่นคือ เราจะรับมันไว้ในฐานะที่เป็นสิ่งที่หนีไม่พ้นและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์นั้น หรือไม่งั้นเราจะยอมทำลายความสุขของเราด้วยความทุกข์พวกนี้จนเป็นโรคประสาทล่ะ
21. เคราะห์กรรมไม่สามารถจะชนะผู้มีจิตใจที่แข็งแกร่งได้เลย
22. จงอดทน ต่อราตรีกาล พายุ ความหิว คำเยาะเย้ย อุบัติเหตุ ความผิดหวัง ทำนองเดียวกับต้นไม้และสัตว์เดียรัจฉาน
23. ไม่ได้บอกให้เชื่อเคราะห์กรรม หรือให้เชื่อว่าพระเจ้าจะบันดาลทุกสิ่ง ถ้าเรามีทางที่จะแก้ไขก็จงสู้! ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็จงอย่าปล่อยตนให้เป็นกังวล เป็นทุกข์เป็นอันขาด
24. รับไว้ซึ่งสิ่งที่หนีไม่พ้น รู้จักยืดหยุ่นต่อวิถีชีวิตอันแข็งกระด้าง
25. หากเรายอมให้ทุกข์เกาะกินจิตใจอยู่นาน ๆ พร้อมเห็นโลกไปด้วยความเศร้า และขมขื่นไปเสียรอบด้าน ทั้งปล่อยให้ตัวเองเซื่องซึม และละเมอเพ้อฝันถึงโลกที่สร้างขึ้นในห้วงนึก เราจะกลายเป็นคนวิตกจริต
26. บังคับตัวเองให้ต้อนรับสภาวะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือหนีไม้พ้น
27. จงพยายามอดทนหน่อยเมื่อถึงคราวจำเป็น
28. ใช้คำสั่ง Stop Loss ไม่ใช่แค่การเล่นหุ้น แต่ในชีวิตประจำวันก็สามารถนำไปใช้ได้ เช่น นัดคนที่มาสายบ่อยๆ อาจจะกำหนดเส้นตายเลยว่าถ้าช้ากว่า 30 นาที จะยกเลิกนัดไปเลย และแน่นอนเราสามารถใช้กับความทุกข์ได้
29. ความผิดพลาดที่ผ่านมาในอดีต มีประโยชน์ในการวิเคราะห์เหตุการณ์เพื่อแก้ไขให้ดีขึ้น แต่อย่าได้จำความผิดพลาดนั้น ๆ ไว้สำหรับทรมานจิตใจเป็นอันขาด
30. มันสูญสิ้นไปแล้ว ลืมมันเสียและทำอย่างอื่นต่อไป
31. อย่าร้องไห้เพราะนมหก
32. คนเราทุกคนย่อมจะต้องเคยกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งผิดพลาดอย่างสำคัญและเคยเป็นคนขาดสติสัมปชัญญะมาแล้ว แม้แต่นโปเลียนยังได้แพ้สงครามในการรบครั้งสำคัญๆ หนึ่งในสามครั้งเลย ดังนั้น อย่าเก็บเอาความผิดพลาดนั้น ๆ มาเป็นกังวลและทุกข์ อย่าได้เสียน้ำตาเป็นอันขาด
33. ชีวิตเป็นสิ่งที่สั้นเกินไปกว่าที่จะเอาธุระกับสิ่งเล็กน้อย (ย้ำๆอีกรอบ)
34. รับไว้สิ่งซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ และกล้าเปลี่ยนสิ่งที่สามารถจะเปลี่ยน
35. จงต้อนรับสิ่งที่หนีไม่พ้น
36. ชีวิตของเราจะเป็นไปตามความคิดของเรา
37. ถ้าคิดว่าเรามีความสุข เราก็จะมีความสุข
38. เลือกเอาธุระ แทนวิตกทุกข์ร้อน เอาธุระ คือ รู้ว่าปัญหาคืออะไรและก็เลยใช้ความสุขุมรอบคอบในการแก้ปัญหานั้น ๆ โดยไม่ไปคิดวกวนให้ใจหม่นหมอง
39. แค่คิดว่าชีวิตที่ประสบเป็นละครตอนหนึ่ง มันก็สบายใจขึ้นนะ
40. จิตใจเป็นต้นเหตุแห่งสิ่งทั้งหลาย และความรู้สึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็มาจากจิตใจ
41. สิ่งที่ดี ๆ ที่เข้ามาในชีวิต อย่าไปเชื่อว่าเป็นของจริงจัง มันเป็นสิ่งไม่ถาวร ไม่มีสิ่งใดที่จะนำสันติสุขมาให้ท่านนอกจากตัวท่านเอง
42. เราต้องเอาธุระในการกำจัดความคิดที่ผิดออกจากจิตใจ
43. มนุษย์ไม่ปวดร้าวอะไรนักต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ปวดร้าวเพราะเอามาคิด
44. ทำตัวให้ร่าเริงเข้าไว้
45. มนุษย์ลิขิตชีวิตของตัวเอง ความสำเร็จทุกประการเป็นผลโดยตรงมาจากความคิดของเขาเอง จะก้าวหน้าได้ จะได้รับชัยชนะและประสบความก็มาจากการยกความคิดของเขาให้สูงขึ้น ผู้ที่อ่อนแอ ต่ำต้อย และพบความทุกข์ยากเนื่องมาจากไม่ยอมยกความคิดของตนให้สูงขึ้น
46. จงต่อสู้เพื่อความสุขของเรา
47. ความสุขเป็นสิ่งที่อยู่ภายใน ไม่ใช่ภายนอก
48. ไม่เป็นคนขี้เกียจโดยปล่อยใจให้อยู่ว่าง ไปหาหนังสืออ่านที่จะช่วยกระตุ้นให้เป็นคนขยัน เกิดสติปัญญา และรู้จักสำรวมตน
49. ทำตัวเราให้ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสเท่าที่สามารถทำได้ พูดสิ่งดี ๆ กิริยาสุภาพ ไม่วิจารณ์ใคร หรือเอาผิดกับสิ่งใด ๆ และจะไม่พยายามสั่งสอนหรือตักเตือนใครทั้งนั้น
50. พยายามอยู่สำหรับวันนี้เท่านั้น โดยจะไม่เป็นทุกข์เรื่องการงานและปัญหาใด ๆ ในวันหน้าและวันหลัง
51. มีรายการสิ่งที่อยากทำ และพยายามทำให้ครบ
52. มีเวลาอยู่กับตัวเองซัก 30 นาที ให้ระลึกถึงสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจไว้สร้างความหวังให้ชีวิตก้าวหน้าสูงขึ้น
53. ไม่กลัวสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่กลัวว่าจะไม่มีความสุข ไม่กลัวว่าจะไม่ได้รับความรัก ไม่กลัวว่าใครจะไม่รัก
54. รักตัวเองให้มาก จนกระทั่งไม่ยอมให้เกิดความโกรธและเกลียดชังต่อศัตรูจนทำลายความสุขของเรา
55. เพื่อเห็นแก่สุขภาพและความสุขของเรา อย่างน้อยให้เราให้อภัยโทษแก่ศัตรูของเราและลืมเรื่องขุ่นแค้นต่าง ๆ เสีย
56. อย่ายอมให้ความเกลียดชังมาสิงสู่จิตใจของผู้ใดเป็นอันขาด
57. ขอให้เข้าใจและยอมรับว่าแต่ละคนนั้นแตกต่าง ทุกอย่างเลย ดังนั้น อย่าไปตำหนิ ปรักปรำลงโทษเขา ขอแค่คิดว่าดีจังที่เราไม่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์แบบเขา
58. คนที่กำลังโกรธ มักเต็มไปด้วยยาพิษ จะโกรธอะไรกับสิ่งที่ผ่านมาแล้ว
59. ความกตัญญูมาจากคนที่มีภูมิธรรมสูง ท่านจะไม่พบในคนสันดานไพร่
60. จงจำไว้ว่าหนทางเดียวที่จะพบความสุข คือเราจะไม่หวังการตอบแทนบุญคุณจากผู้ที่เราช่วยเหลือ แต่ถือว่าการช่วยเหลือนั้นเป็นความปลาบปลื้มใจของเราเอง
61. การมีนิสัยรู้จักมองเหตุการณ์ทุกอย่างในแง่ดี มีราคายิ่งกว่าหาเงินได้ปีละหนึ่งพันปอนด์
62. มันจะเป็นอย่างไร ๆ ก็ช่าง แต่ให้เป็นตัวของตัวเอง
63. ข้าพเจ้าไม่สามารถแต่งหนังสือได้เสมอเท่าเชกสเปียร์ แต่สามารถแต่งหนังสือได้โดยตัวของข้าพเจ้าเอง
64. เราต่างจากคนอื่น เราเป็นตัวของเราเอง จงยินดีในฐานะนี้ ใช้สิ่งที่ธรรมชาติให้ท่านอย่างเป็นประโยชน์ที่สุด เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้เท่าที่ตัวเราสามารถทำได้ ตามที่ความรู้ความสามารถที่เรามี เราต้องบำรุงตัวเราให้เจริญงาม ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะดีหรือเลว จงสู้ต่อไปตามวิถีทางของมัน
65. ไม่ว่าท่านจะประสบชัยชนะหรือพ่ายแพ้ก็จงทำใจให้ปรกติและสันโดษในฐานะทุกๆ อย่างของท่าน
66. คนเราเมื่อได้ศึกษาชีวิตมาสักระยะหนึ่ง จะค้นพบว่าความอิจฉาริษยาเป็นความโง่เขลา
67. คนฉลาดเมื่อเจอปัญหาเขาจะพูดว่า "มีบทเรียนอะไรที่ฉันได้รับจากเคราะห์กรรมครั้งนี้ จะทำอย่างไรให้ดีขึ้น" ไม่ใช่บ่น ตีโพยตีพาย หรือดื่มแอลแก้เครียด
68. ความมหัศจรรย์ในลักษณะของมนุษย์คือ มีความสามารถที่จะใช้อำนาจจิตเปลี่ยนลบให้เป็นบวก
69. นักโทษสองคน มองผ่านลูกกรงตะรางดูท้องฟ้า คนหนึ่งเห็นโคลนตม อีกคนเห็นหมู่ดารา (ดาราคือดาว)
70. สิ่งที่ดีที่สุดเป็นสิ่งที่จะได้มาอย่างลำบากที่สุด
71. สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์ไม่ใช่เพิ่มทุนให้สูงขึ้นจากผลกำไร เพราะการทำเช่นนี้คนโง่ก็ทำได้ แต่การทำให้เกิดกำไรจากขาดทุนซิเป็นสิ่งสำคัญและทำยาก ผู้มีปัญญาเท่านั้นจะทำได้
72. ความทุกข์ไม่เกิดประโยชน์อันใดแก่เขา นอกจากความขมขื่นและปวดร้าว
73. สำหรับบุคคลที่มีตำแหน่งชั้นผู้นำ คืออย่าทำงานโดยถือว่าเป็นความจำเป็น แต่จงทำด้วยใจรัก
74. ไม่ผูกพยาบาทต่อผู้ใด มีเมตตาต่อมนุษย์ทุกคน
75. ถ้าเราเกิดความคิดว่าเรามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ปราศจากความยากลำบาก มีเครื่องบำรุงบำเรอความสุขพร้อม เจ้าความคิดเหล่านี้จะทำให้เราหมดความดิ้นรนและไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
76. จงลืมคิดถึงตัวเองด้วยการเอาใจใส่ผู้อื่นทุก ๆ วัน และช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่สามารถทำได้ แล้วท่านจะได้สิ่งตอบแทนที่ดีที่สุดทางจิตใจ
77. เราจะไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียวคิดถึงคนที่เราเกลียด
78. อย่าเลียนแบบผู้อื่น จงนับถือตัวเองและเป็นตัวเอง
79. ศาสนาดำรงอยู่เพื่อมนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์อยู่เพื่อศาสนา
80. ผู้คนมักจะจนตรอกแล้วไปพึ่งศาสนาเพื่อให้พ้นทุกข์ แต่ถ้าอยากพ้นทุกข์ก็ต้องปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาที่มีขึ้นเพื่อมนุษย์จะได้พ้นทุกข์ ให้มีจิตใจเข้มแข็งอยู่เรื่อยไป (ทำไมต้องรอเข้าโบสถ์ถึงวันอาทิตย์?)
81. อย่าถือว่าชีวิตมีความสำคัญอยู่ที่การบริโภค อาหาร เครื่องแต่งกาย แต่สิ่งสำคัญอยู่ภายในจิตใจ
82. ข้าพเจ้ามิได้อยู่คนเดียว แต่มีพระเจ้าอยู่ด้วย (พระเจ้าในที่นี้อาจจะไม่ได้เป็นบิดาทางศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เอาเป็นว่าเป็นที่พึ่งทางใจให้มีกำลังใจที่เข้มแข็งละกัน)
83. พวกคนต่ำ ๆ จะมีความปีติยินดีอย่างสูงถ้าได้พบว่าคนใหญ่คนโตกระทำความผิดและโง่เขลา
84. จงจำไว้ว่าคำตำหนิติเตียนที่ปราศจากความเป็นธรรม การกล่าวร้ายป้ายสี มักแปลงมาจากความรู้สึกยกย่องสรรเสริญ...ไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
85. คนเราชอบเอาคำพูดถากถางและการเยาะเย้ยเพียงเล็กน้อยเป็นหอกแทงตัวเองให้เจ็บปวด ซึ่งเราไม่สามารถห้ามใครไม่ให้พูดตำหนิเราโดยที่ไม่เป็นธรรมได้ ดังนั้น อย่าถือเอาเป็นอารมณ์ว่าใครพูดอะไร มีตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ความจริง
86. กางร่มแล้วให้เม็ดฝนคำพูดไม่ดีกระเด็นออกไป อย่าให้เปียกคอเสื้อล่ะ
87. พยายามปรับนิสัยของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ๆ โดยการหมั่นจดบันทึกพฤติกรรม นิสัยโง่ ๆ ของเราและคอยตรวจดู ติดตามเพื่อเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งให้รับฟังคำตำหนิจากผู้อื่นเพื่อปรับปรุงตัวเองด้วย
88. ความอ่อนเพลียทางร่างกายหายากกว่าความอ่อนเพลียจากอารมณ์และจิตใจ เราเหนื่อยจากอารมณ์ต่าง ๆ เช่น ความเบื่อหน่าย ความรู้สึกฝืนใจ ความหงุดหงิด ความกระวนกระวาย ความวิตกทุกข์ร้อน ความไม่สมหวัง
89. นิสัยไม่ดีต่าง ๆ สามารถทำลายได้ และนิสัยดี ๆ ก็สามารถสร้างขึ้นได้เช่นกัน
90. จงอ่านหนังสือที่เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ จงพักกายใจในเวลาว่างแม้จะไม่นาน เมื่อรู้ว่าร่างกายเหนื่อยก็พักบ้าง หมั่นสำรวจตัวเองอยู่ตลอด อย่าทำงานจนเคร่งเครียดล่ะ
91. หายใจเข้าช้า ๆ ให้ได้ระดับ และสูดลึก
92. เราไม่สามารถทำงานทุกอย่างตามลำดับความสำคัญเสมอไป แต่เราสามารถเตรียมแผนให้เรียบร้อยเพื่อจะทำสิ่งไหนก่อนหลังได้ ซึ่งดีกว่าไม่เตรียมอะไรไว้เลย
93. แกล้งทำเป็นร่าเริง มีความสุขจากภายนอกก่อน แล้วเราจะมีจริง ๆ
94. จงพูดปลุกใจตัวเองทุกวัน
95. จงทำงานด้วยความเพลิดเพลิน ใช้ความคิดที่ถูกต้องทำให้หายเบื่องานได้บ้าง ทุกอย่างอยู่ที่ความคิด
96. ไม่มีบุคคลใดน่าสมเพชเหมือนกับผู้ที่สักแต่ว่าทำงานไปวัน ๆ เพื่อหวังเงินเดือนเท่านั้น
97. บุคคลที่ได้งานที่เหมาะสมนับว่าเขาได้รับพรอันประเสริฐแล้ว เขาอย่าขอพรอย่างใดอีกเลย
98. บรรดามนุษย์ที่ขาดความสุขอย่างที่สุดในโลกนี้คือ ผู้ที่ทำงานที่ไม่เหมาะสมกับนิสัยของเขานั่นคือเกลียดงานของเขา
99. อย่าฝืนใจทำงานหรือการค้าเพราะใคร อย่าทำอาชีพอะไรเว้นแต่เราสมัครใจเอง
100. อย่าไปทำงานที่คนทำกันล้นหลามหรือเพราะมีหน้ามีตา
101. ก่อนจะทำอาชีพอะไรให้ตัดสินใจให้ดีก่อนจะอุทิศชีวิตของเราแก่อาชีพนั้น ๆ
102. อย่าหลงเข้าใจผิดว่าเราเหมาะกับงานประเภทเดียว
103. โปรดระลึกเสมอวาการเลือกงานอาชีพเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและยากลำบากที่สุดอย่างหนึ่งในสองอย่างแห่งชีวิตของเรา
104. การมีรายได้สูงไม่ได้ช่วยให้เราหายทุกข์ คนมักจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น ความทุกข์จากเงินไม่ได้มาจากมีเงินไม่มากพอ แต่เพราะไม่รู้จักประมาณตนในการใช้เงิน
105. เวลาใช้เงินให้นึกเสียว่าตัวเราเป็นนักการค้า จะได้ระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ฐานะของเราจะดีขึ้นหรือเลวลงอยู่ที่การใช้เงินของเรา
106. ถ้าทำได้ให้ทำบันทึกรายรับรายจ่าย ทำงบประมาณรายจ่าย ใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
107. ถ้าเราอยากมีความสุขอย่างถาวรในภายภาคหน้า เราต้องอดใจบังคับตัวเองให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ตามงบที่เรามี
108. จงทำประกัน
109. จงใช้เตาในครอบครัวของท่านหารายได้พิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ
110. จงอย่าเล่นพนันเป็นอันขาด
111. หากว่าเราไม่สามารถจะมีทุกสิ่งทุกอย่างได้ อย่าทำลายวันเวลาของเราให้หม่นหมอง จงปรานีต่อตัวเรา จงใช้หลักปรัชญากล่อมใจให้ถือสันโดษในความเป็นอยู่ของตัวเอง แล้วค่อย ๆ เติบโตไป
112. ถ้าสิ่งที่มีอยู่ไม่ได้ทำให้เราสันโดษ ท่านก็ไม่อาจพอใจอยู่นั่นเองแม้ว่าโลกทั้งโลกเป็นของเรา
113. โง่แท้ที่ทุกข์ถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
114. อ่านประวัติศาสตร์ จะได้รู้ว่าที่ผ่านมาหลายพันปีก่อนโลกเราวุ่นวานขนาดไหน ยิ่งไปกว่าความทุกข์ของคนตัวเล็ก ๆ อย่างเรา
115. ลองคิดว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการบงการของพระเจ้า" ก็ทำให้เราสามารถสงบเยือกเย็นได้เหมือนกันนะ ไม่ต้องรนรานเวลามีปัญหาเข้ามา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำอะไรเวลามีปัญหา ให้มีสติอยู่ตลอดนะ
116. ความสุขจากความอดทนในสิ่งที่หนีไม่พ้น จงปรับตัวเองให้สามารถอยู่รอดได้นะ
117. จงทำชีวิตให้รื่นเริงในทุก ๆ โอกาส
118. อย่าหวังความสุจริตจากผู้อื่นให้มาก
119. อย่ากินหากยังไม่หิวมาก
120. ทำงานให้เหมือนเป็นการพักผ่อน
❤❤❤❤❤❤❤❤
ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะและขอให้โชคดีนะคะ