ภาพยนตร์เดือนเมษาหน้าร้อน (April, Come She Will)

วันนี้มาคิดเล่นๆ หลังจากดูภาพยนตร์เรื่อง April, Come She Will จบ จะมาแชร์มุมมองของคนที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องความรัก ความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาว 😅 ทั้งนี้ดูผ่านมาหนึ่งวันแล้ว ก็กำลังจะลืมเเล้ว เลยต้องรีบมาเขียนก่อน 

หลังจากรับชมจนจบเรื่องถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ จะตอบว่าไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่เศร้า ไม่ร้อง ไม่ปวดใจ และไม่รู้สึกผิดหวังใดๆ หรือเพราะไม่มีประสบการณ์หรือปมในเรื่องความรักก็เลยรู้สึกเฉยๆ ไม่รู้เหมือนกัน แฮะๆ แต่มาคิดๆเอาเองดูก็ได้ข้อคิดอยู่หลายข้อ มีดังนี้

1. ความรัก คือ การไม่ครอบครอง 

เช่น พ่อของฮารุที่มีปมเรื่องภริยาทิ้งไป ทำให้หวงลูก ไม่ให้ไปต่างประเทศกับพระเอก เพราะกลัวว่าลูกจะทิ้งตัวเองไป เลยทำให้ฮารุมีแผลในใจที่อยากจะแก้ไข(ก่อนตาย) นั่นคือการเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่กล้าทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ซึ่งสมัยเรียนมหา'ลัย ฮารุก็ชอบพระเอกและอยากไปต่างประเทศด้วย แต่ไม่ยอมบอกพระเอก ดันไปบอกพระเอกว่าเลือกไม่ได้ เลยไม่ไป แล้วตัวเองก็มานั่งเสียใจทีหลัง แต่ก็รู้แหละว่าทางพระเอกเองก็เสียใจไม่น้อย แต่พ่อของฮารุไม่ให้ไปนี่นา ดังนั้น ตอนโตฮารุจึงเลือกออกเดินทางไปสถานที่ที่เคยวาดฝันไว้กับพระเอกสมัยตอนอยู่ชมรมกล้องฟิล์มจนครบทุกแห่ง แล้วส่งต่อความรักที่มีให้กับพระเอกผ่านจดหมายพร้อมภาพถ่ายจากกล้องฟิล์ม ซึ่งก่อนตายฮารุคงหายค้างคาใจแล้ว และอยากให้พระเอกรักกับคนที่ตัวเองคิดว่าพระเอกรัก...

2. ถ้าไม่ได้รักกัน ก็อย่าคบกัน 

เช่น ความสัมพันธ์ของพระเอกกับยาโยอิ ทั้งคู่เหมือนแค่คุยกันรู้เรื่อง ต่างคนต่างไม่มีใครเลยคบกัน (จากที่เห็นนะ) แต่สีหน้าท่าทางของทั้งคู่ที่แสดงออกมาดูไม่ได้รักกันขนาดนั้น เหมือนคบไปงั้น ทำสิ่งต่างๆให้กันด้วยความเคยชิน น่าเบื่อๆหน่อย มันไม่มีฉากไหนเลยที่แสดงออกมาแล้วรู้สึกว่าพระเอกกับยาโยอิรักกันจริงๆ แต่ ณ จุดนี้ เราอาจจะอคติก็ได้ เพราะไปเปรียบเทียบกับพระเอกตอนอยู่กับฮารุ ดูมีความสุขจริงๆอะ หรือเพราะพระเอกเป็นผู้ใหญ่แล้ว เลยไม่มีความรู้สึกแบบตอนเด็ก (ตอนมหา'ลัย) 

3. อยากทำอะไรก็ทำเลย เวลาผ่านไปแล้วมันย้อนไม่ได้ 

นึกถึงซีนที่นางเอกออกท่องเที่ยวไปที่ต่างๆเองคนเดียว ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ดีมาก อยากทำก็ทำเลย ก็รู้แหละว่าอยากมากับคนที่ตัวเองชอบ แต่ปัจจุบันมันเป็นไปไม่ได้ แต่ก็สามารถพิชิตความกลัว แล้วเดินทางด้วยตัวเอง เก่งมากเลย ทำได้สำเร็จก่อนตาย

4. ความรักในความสัมพันธ์ เป็นแค่ความรู้สึก เวลาผ่านไปก็อาจไม่รู้สึกอะไรแล้ว 

คิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปสิ่งที่ยังคงเหลืออยู่คือ ความห่วงใย ฮารุน่าจะรู้สึกอะไรบ้างแหละที่ปัจจุบันพระเอกมีแฟนแล้ว และก็กำลังจะแต่งงานกัน แต่คงไม่ได้รู้สึกชอบเหมือนตอนเด็กแล้ว ฮารุน่าจะยังมีความรู้สึกดีๆต่อพระเอกอยู่ เลยส่งจดหมายไปหา ไม่ใช่ในเชิงชู้สาว แต่ในแง่คนที่รู้จักกัน มีช่วงเวลาที่ดีต่อกันและเป็นห่วงกัน หวังให้อีกฝ่ายมีความสุข แต่หารู้ไม่ เราคิดว่าพระเอกยังคงชอบฮารุอยู่นะ ตอนคบกับคนปัจจุบัน พระเอกดูไม่สดใสเลย ไม่รู้สิ แล้วน้องของยาโยอิก็ยังรู้สึกเลยว่าพระเอกไม่ได้ชอบพี่สาวตัวเอง คิดดูนะ คนหายตัวไปทั้งคนพระเอกไม่แจ้งตำรวจเลยหรอ แค่โทรหา ไปที่ทำงาน และถามญาติแค่เนี้ยหรอ แล้วดูไม่เครียดเลย ยังมีอารมณ์ไปนั่งดื่มในบาร์อีก

5. อย่ากลัวที่จะมีความรัก แต่ถ้าไม่ได้รัก มันคือความเห็นแก่ตัว

แฟนคนปัจจุบันของพระเอกก่อนหน้านี้เคยกำลังจะแต่งงานมาก่อน แล้วก็ไม่ได้เล่าว่ายังไงต่อ แต่ปัจจุบันที่คบกับพระเอก พอใกล้จะแต่งงานกับพระเอกก็พูดอะไรแปลกๆ เหมือนไม่อยากแต่งงาน และชอบถามพระเอกคำถามเดิมๆว่าทำไงให้รักยังอยู่ คิดว่าหล่อนคงกลัวการแต่งงาน เพราะกลัวความสุญเสีย กลัวเลิกลากัน  อะไรทำนองนั้น ซึ่งหล่อนคงยังไม่ได้คำตอบถ้ามัวแต่หนี 

คิดอีกแง่คือ หล่อนรู้อยู่แก่ใจว่าจริงๆแล้วพระเอกไม่ได้รักตัวเอง เลยจะหนีห่าง อยากออกจากความรู้สึกอึดอัดนี้ เพราะถ้าลองสังเกตนิสัยของพระเอก ก็เป็นคนที่ทำอะไรตามใจคนอื่นมาโดยตลอดนะ เช่น เรียนหมอก็เพราะที่บ้านมีธุรกิจต้องสานต่อ ไม่ได้มีความสนใจเรื่องสุขภาพแบบที่หมอจะเป็น ไม่ได้ทำงานที่ตัวเองชอบแต่ก็สามารถทำได้จนประกอบเป็นอาชีพ เลยทำให้ไม่ชัดเจนในความรู้สึกว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ ซึ่งตอนท้ายยาโยอิน่าจะมีคำตอบในใจแล้ว เราคิดว่าเค้าคงพอแล้ว

บทสรุปสุดท้าย การจากลา คือ เรื่องปกติที่ทุกคนต้องเจอ อาจจะเลิกกันไป หรือคนใดคนหนึ่งตายจากกันไป ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องของคนรักที่ต้องแยกกันแบบนั้น แต่คนที่พบเจอกันในโอกาสต่างๆทุกคนก็ต้องจากกันอยู่ดี ซึ่งข้อสรุปคงเป็นไปตามเพลงของ Fujii Kaze ที่เปิดตอนจบเรื่อง (ชอบเพลงนี้มากๆๆๆ)

ทั้งนี้ ถ้าพระเอกไม่ได้รักยาโยอิ ก็อย่าดันทุรังเลย ไม่รู้สิ อย่าคิดว่าอายุเยอะแล้วต้องแต่งงานอะไรทำนองนั้น มันเสียเวลาทั้งคู่เลย เอาเวลาไปทำสิ่งที่ชอบเหอะ และการอยู่คนเดียวก็เป็นเรื่องปกติ..

อ้าวไหงไปว่าพระเอกเฉยเลย 5555

ฮืออ I am sorry............


Popular posts