"ฉันต้องปล่อยวางถ้าอยากมีชีวิตอยู่...(ฉันปล่อยมือนี้ไม่ได้)"
บทพูดของโดโดฮี เรื่อง My Demon
วันนี้นั่งดูซีรีย์เกาหลีเรื่อง My Demon
ตอนแรกเราเข้าไปดู Title ก่อน เป็นฉากที่นางเอกกำลังจมน้ำแล้วพูดในใจ "ฉันต้องปล่อยวางถ้าอยากมีชีวิตอยู่..." รู้สึกชอบบทพูดนี้ของนางเอก (ชื่อโดโดฮี) ขึ้นมา
ด้วยความอยากรู้ว่ามันยังไง เลยกดดูอย่างไม่ลังเล
มารู้ว่านางเอกกำลังดึงพระเอกที่หมดสติขึ้นมาจากน้ำลึกอยู่ (ซึ่งตกน้ำทั้งคู่นะ)
แต่ดึงขึ้นไม่ไหว ถ้าเลือกที่จะปล่อยมือพระเอก นางเอกก็จะว่ายขึ้นบกได้สบายๆเลย แต่ด้วยบททำให้มันแฟนตาซี เลยกลายเป็นว่านางเอกเลือกไม่ปล่อยมือพระเอก แล้วก็รอดทั้งคู่ แบบงงๆ5555
ก็มันเป็นละครนี่นา...ช่างเหอะ
----------------------------------------------------------------------------
ช่วงนี้ของปีเป็นช่วงที่ฝุ่น PM 2.5 กำลังปกคลุมไปทั่วประเทศไทยเลย
เรื่องราวของหมอไทก็ทำให้เราสนใจเรื่องนี้มากขึ้นเลยนะ
เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ซื้อหนังสือเรื่อง "สู้ดิวะ" ของคุณหมอไทที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ซึ่งเราก็เชื่อว่าเรื่องราวของหมอไท ทำให้ผู้คนให้ความสนใจกับฝุ่นนี้มากขึ้น เพราะดูเหมือนว่าปัจจัยที่ก่อมะเร็งปอดของคุณหมอคือ ฝุ่น PM 2.5 จากการต้องซ้อมบาสบ่อยๆกลางแจ้ง ซึ่งคุณหมอได้เล่าว่าเมื่อร่างกายมีเซลล์แบ่งตัวผิดปกติ ซึ่งมาจากพันธุกรรมหรือยีน และถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยภายนอก อย่างกรณีนี้คือ ฝุ่น PM 2.5 จึงทำให้เกิดมะเร็งขึ้นมา
ทั้งนี้หนังสือที่คุณหมอเขียนได้เป็นเหมือนบันทึกชีวิตและทัศนคติของคุณหมอหลังจากที่ตนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทำให้ได้ให้ข้อคิดและทิ้งคำถามไว้ให้คิด ทำให้ผู้อ่านอย่างเรา ได้เตือนสติตัวเองว่าชีวิตไม่ใช่ของเรา มันไม่แน่นอน อย่าไปยึดติด ซึ่งก็มีข้อความอื่นๆที่เราชอบเลยจะบันทึกไว้เผื่อกลับมาอ่านทบทวนตัวเองทีหลังคงจะเป็นประโยชน์ไม่ใช่น้อย
🎀 ปล่อยวางอดีต แล้วอยู่กับปัจจุบันตรงหน้า มันเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าเพราะอะไร มันเกิดขึ้นแล้ว ยอมรับมันแล้วไปกันต่อ เรายังมีลมหายใจ เรายังมีชีวิต ดังนั้นควรตั้งหลักใหม่ เลิกโทษโชคชะตา แล้วมาคิดว่าจะเอายังไงต่อดีกว่า
🎀 ฝึกอดทนในสิ่งที่ชอบและทนทำในสิ่งที่ไม่ชอบ คุณหมอพูดตอนบรรยายเรื่องซ้อมบาส
🎀 ทุกชีวิตมีความหมายในแบบที่เขาจะนิยามตัวเอง
🎀 การเลือกที่จะมองสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ว่าเป็นของขวัญ แทนที่จะมองสิ่งที่ขาดหาย แต่เราเลือกที่จะมองสิ่งที่มีอยู่ แล้วเอ็นจอยกับมัน
🎀 ผมไม่สามารถรอให้ทุกก้อนเนื้อ ทุกแผล หายไปก่อนแล้วค่อยมีความสุข เพราะทุกช่วงเวลาล้วนสำคัญ ทุกวันมีความหมาย ทุกนาทีคือโอกาส
🎀 สังคมปัจจุบันกำลังกดดันเราให้กลายไปเป็นคนพิเศษ ซึ่งถ้ามองตามหลักสถิติมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกคนจะกลายเป็นคนพิเศษ การที่เราต้องพิเศษมันจะทำให้เราพบกับความผิดหวัง
🎀 ทุกคนยังคงอยู่บนเวทีของตัวเอง อดทนพยายามสู้ปัญหาดำเนินชีวิตอย่างงดงาม
🎀 สุดท้ายเราทุกคนก็ตาย และวันที่เราตาย โลกจะยังคงเหมือนเดิม เราเกิดมา แล้วก็จะจากไป แล้วก็จะวนไปแบบนี้
🎀 การมีจิตใจที่สงบสามารถไปด้วยกันได้กับชีวิตในโลกนี้ ในเรื่องนี้เดิมคุณหมอมองว่า ที่ผ่านมาตัวเองก็เหมือนวัยรุ่นโปรดักทีฟวัยใกล้สามสิบปีทั่วไป ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องศาสนา เรื่องจิตใจ ความสงบ การจัดการกับความคิด หรืออารมณ์ความรู้สึกตัวเอง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัวมากเมื่อเทียบกับงาน เงิน สิ่งของ ชื่อเสียงที่ต้องไขว่คว้ามาในแต่ละวัน และคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาของการลงทุนกับตัวเองให้ชีวิตทางโลกนี้สมบูรณ์ก่อน แล้วจึงค่อยไปลงทุนเรื่องจิตใจหรือเรื่องจิตวิญญาณทีหลัง ดังนั้น เหตุการณ์ในชีวิตจึงทำให้หมอไทได้หันมาพัฒนาจิตใจของตัวเองให้สงบนิ่งขึ้น แล้วทำให้รู้ว่าความสงบคือความสุข ชีวิตที่เรียบง่ายคือชีวิตที่คุ้มค่า ชีวิตที่ธรรมดาคือชีวิตที่มีความหมาย ได้เรียนรู้ว่าการแต่งห้องวันคริสต์มาสกับการเลือกคัพเค้กลายซานต้าไปฝากคนอื่นมันก็สนุกกว่าที่คิด (ก็ยินดีกับคุณหมอด้วย)
🎀 การที่เราพยายามหาเหตุผลนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ชีวิตเรามีความหมายมากขึ้น
🎀 ไม่จำเป็นต้องรอให้ป่วยก่อน แล้วถึงมาเลิกให้ความสำคัญหรือใส่ใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ หรือเรื่องไร้สาระ ช่างมันเหอะ เเล้วเอาเวลาไปสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า เช่น สนใจขนมหวานที่กำลังทานอยู่ตรงหน้า สนใจสิ่งรอบตัว เช่น พื้นที่เราเหยียบลายอะไร เป็นต้น
🎀 เราชอบช่วงท้ายของหนังสือสู้ดิวะมาก ได้เขียนบางอย่างที่เราก็กำลังคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน เวลารู้สึกเบื่อหน่ายกับความคิดของคนรอบข้าง เราก็คิดนะว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคนรอบข้างเราได้ เค้าเป็นแบบนั้นมันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ ปล่อยเค้าไป เราไม่ต้องทนอยู่กับคนที่เราไม่อยากอยู่ด้วย เราสามารถเลือกสังคมให้ชีวิตตัวเองได้ แต่บางทีเราก็ต้องรอเวลาที่จะจากกัน ทั้งนี้ระหว่างนี้เราก็ต้องลับคมจิตใจของเราให้แข็งแรง เพื่อเผชิญกับผู้อื่นได้อย่างดี
🎀 ชีวิตของเราไม่ได้ยาวนานพอที่เราจะอยู่อย่างฝืนทน เราสามารถเลือกที่จะปฏิเสธสิ่งที่เราไม่ต้องการ อย่าใช้เวลาเพื่อความฝันของคนอื่น ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เราไม่อยากทำเรามีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลง ในเรื่องนี้ก็เห็นด้วยกับหมอไท แต่บางทีชีวิตก็ไม่ได้ดั่งใจที่ต้องการทุกอย่าง ทำให้ต้องมีความอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าพอถึงเวลาที่มันเปลี่ยนแปลง มันจะเป็นไปได้ด้วยดี
จากภาพคือ สิ่งที่เราควบคุมได้กับสิ่งภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ เราไปเห็นภาพจากทวิตเตอร์ แล้วเอามาดัดแปลงนิดหน่อย
อยากทิ้งท้ายไว้ว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคุณหมอ (ปัจจุบันคุณหมอจากโลกนี้ไปแล้ว) เลยเหมือนเป็นเครื่องยืนยันว่า เรื่องราวต่างๆที่เข้ามา หรือเกิดขึ้นกับชีวิตของคนเรา มันเกิดขึ้นเพื่อจะสอนอะไรบางอย่างกับเรา บางคนอาจจะรู้ก่อนที่จะตาย หรือบางคนอาจไม่รู้เลย...หรือนี่คือเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ (?)
